เขม เขมวิช ภังคานนท์
จำหน่าย:2011-07-06
“สิ่งที่ตี๋ไม่มีวันลืม” เป็นหนังสือเกี่ยวกับเจ้าตี๋สุนัขพันธ์บุลเทอร์เรียของ เขม เขมวิช เจ้าหมาขี้สงสัยพร้อมการเล่าเรื่องในแง่มุมน่ารักๆ ด้วยคำถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวมากมาย และคำถามเหล่านี้ มนุษย์เองก็ยังสงสัย และยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักแม่และการให้อภัย เขมวิช เปิดใจ
“มันเป็นความผูกพันกับเจ้าตี๋ เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา จนผมเข้าใจในความเป็นเขามาก แม้กระทั่งความคิดและก็เชื่อว่าตี๋ก็มีคำถามมากมายที่อยากจะถามจากพฤติกรรมที่ผมได้สัมผัส และนี่เองที่ผมจะเอาความสงสัยในสิ่งที่ตี๋อยากจะถามสะท้อนออกมาเป็นตัวหนังสือ ผมเชื่อเหลือเกินว่าคงต้องตรงกับใครหลายๆคนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ทั้งบ้านเมือง สังคม และสิ่งรอบๆตัว หมาก็คงไม่ต่างจากคนที่จะคิดได้เช่นกันครับ รวมทั้งเพลง โอยะสึมิ ที่มาจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิประเทศญี่ปุ่น ความรู้สึกของพวกเขาเป็นอย่างไร ผมอยากให้กำลังใจพวกเขา แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว” เขมกล่าว
สิ่งที่ตี๋ไม่มีวันลืม และซีดีซาวด์แทรก พร้อมวางจำหน่ายตามแผงหนังสือแล้ว ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/tt.fatdog
จำหน่าย:2009-05-26
- กำหนดวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม เพลงโปรโมทชื่อเพลง “มีแต่วันนี้”
- จุดเด่นของอัลบั้ม: เป็นพ็อพที่มีส่วนผสมของดนตรีหลากหลาย ทั้งในแง่ของแนว (แจ็ซ เทคโนร็อค ดนตรีคลาสสิค) และในแง่ของการเรียบเรียงดนตรี เช่น ใช้เครื่องดนตรีตะวันออก(ขิม, ชามิเซ็ง) บรรเลงผสม กับเครื่องดนตรีตะวันตก เป็นต้น (แฟนเพลงคนหนึ่งให้นิยามแนวของเขมว่า “สเปซร็อค”)
- บันทึกเสียงโดยได้รับความร่วมมือจากนักดนตรีชั้นแนวหน้ามากมาย อาทิเช่น วงแจ๊ซแม้นศรี ฆ้อง มงคล(โยคี เพลย์บอย), ปั๊ม อพาร์ทเมนท์คุณป้า, เอ๊าะ สกายคิกเรนเจอร์, เลสเตอร์ เอสเตบัน (อดีตมือกลอง หิน เหล็ก ไฟ, ปัจจุบันปรมาจารย์กลองแจ๊ซ), ก้อ กรู๊ฟไรเดอร์ และคณาจารย์จาก ม.ศิลปากร ม.รังสิต และ ม.มหิดล
- มาสเตอร์ของอัลบั้ม ทำที่อเมริกาโดยซาวนด์เอ็นจิเนียร์ชื่อดัง เกร็ก คาลบี้ ซึ่งนอกจากจะเคยร่วมงาน กันในชุดที่สองของเขม ยังเป็นซาวนด์เอ็นจิเนียร์ให้ บรู๊ซ สปริงสทีน ไมค์ สเติร์น เจมส์ เทเลอร์ ไบรอัน อีโน ฯ
- มีทั้งหมด 10 เพลง โดยเขมแต่งเนื้อร้องและทำนอง 9 เพลง ส่วนอีกเพลง เป็นเพลง ที่ประพันธ์ทำนองโดยหลวงสุขุมนัยประดิษฐ และเรียบเรียงโดยเขมเป็นแบบแจ๊ซ
- เป็นคอนเซ็บท์อัลบั้ม คือเพลงทุกเพลงมีเนื้อหาที่เชื่อมโยงกันตลอดอัลบั้ม เนื้อหาเกี่ยวกับ “ความรู้สึกเวิ้งว้างภายในไร้ขอบเขต” ซึ่งอาจจะเกิดจากความเสียดาย/เสียใจ เหมือนถูกขังในอดีต จนละเลยปัจจุบัน ความตั้งใจคือ เพื่อปลอบโยนคนฟังที่ยังฝังใจกับความรู้สึกนี้ แรงบันดาลใจคือ หนังสือและหนังแนวไซไฟ/สยองขวัญ (sci-fi/horror) อาทิเช่น หนังสือของอาจาร์ยเหม เวชกร หนังเรื่องThe Shining, Blade Runner, Underworld, เปนชู้กับผี, True Blood เป็นต้น
จำหน่าย:2009-02-02
จำหน่าย:2005-05-17
TRACKLISTING :
1.ความทรงจำว่างเปล่า (MT memory)
2.อย่าลืมฉัน (Don’t Forget)
3.หลังเที่ยงคืน (Insomnia Prologue)
4.เลิฟ ออน เดอะ รัน (Love on the run)
5.ไม่ว่าจะบอกกี่ร้อยครั้ง (No matter how i…)
6.Sick of Landing
7.หลังเที่ยงคืน (Insomnia Lullaby)
8.อย่าลืมฉัน (Stunt Interlude)
9.มนุษย์ล่องหน (Invisible Woman)
10.ตีสามสี่สิบห้า (3:45 am)
11.ให้ฟ้ามีดาว (Starlight)
เพลงกล่อมคนนอนไม่หลับ
ก่อนที่เขมจะมาทำงานเพลง เขาก็เป็นคนทำงานคนนึงที่เหมือนกับหลายๆคน ที่ตอนกลางคืนมักจะนอนไม่ค่อยหลับ คำถามต่างๆในระหว่างที่นอนไม่หลับ จึงกลายเป็นบทเพลงและบทเพลงในอัลบั้มนี้ จากการที่ชอบเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งทำให้เขารู้สึกโหยหาและอยากกลับมาเล่นดนตรีอีกครั้ง นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาลาออกจากงานทนายความ เพื่อมาทำในสิ่งที่เขารัก เขากลับมารวบรวมงานเพลงที่เคยแต่งไว้อีกทั้งยังได้เพื่อนๆน้องๆที่สนิทมาช่วยดูแลรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นคุณ Jerry และ คุณอดุลย์ (2 Days Ago Kids) และยังมีนักดนตรีรับเชิญอย่างคุณนอ (Crescendo) ที่มาช่วยกันตกแต่งอัลบั้มนี้ จากความตั้งใจและความรักในดนตรีจึงกลายมาเป็นอัลบั้ม Insomnia Lullabies เพลงกล่อมคนนอนไม่หลับ...........
“คุณอาจจะตื่นอยู่ในขณะที่คนอื่นหลับ
ผมอยากให้เพลงของผมเป็นเพื่อนของใคร
หลายๆคนที่นอนไม่หลับไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม”
จำหน่าย:2007-09-24
คอนเซพท์โดยรวมของอัลบั้ม
อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแนวโปรเกรสสีฟร็อคที่มีส่วนผสมของแนวเพลงร็อคและอีเลคทรอนิคมิวสิค เนื้อหาโดยรวมใช้ “การเดินทาง” เป็นสัญลักษณ์ในการพูดถึงมิตรภาพ เหมือนกับเราอยากจะบอกเพื่อนคนหนึ่งว่า ในเวลาที่ชีวิตอาจจะยาก เพื่อนเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้เราพยายามเดินต่อไป เพื่อที่วันหนึ่ง เมื่อทุกอย่างจบสิ้นลง (เช่นเมื่อถึง end of the world = จุดจบของโลก หรือ เมื่อโลกหยุดหมุน) เราจะได้พบกันอีกครั้ง
1. “คลื่นรบกวน”
ใครที่เคยชื่นชอบเพลงในอัลบั้มชุดที่แล้วของเขมอย่าง “มนุษย์ล่องหน” หรือ “ความทรงจำว่างเปล่า” อาจจะคุ้นเคยกับสไตล์ดนตรีของเพลงนี้ (อีเลคทรอนิคร็อค) เนื้อหาของเพลงพูดถึง ความเชื่อมั่นในการตัดสินใจของใครซักคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร โดยที่ข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่เป็นประโยชน์ และทำให้คนที่มีความลังเลอยู่แล้ว เกิดอาการกลัว เป็นเหมือน“คลื่นรบกวน”จิตใจ
2. “โลกในรอยน้ำตา”
เป็นเพลงที่มีแนวดนตรี ร็อคแบบยุค 80s โดยเนื้อหาของเพลงโดยทั่วไปพูดถึง การดำรงอยู่ในโลกที่เหมือนกับจมอยู่ในความเศร้า ซึ่งถึงจะเศร้าอย่างไรก็อาจจะ มีคนรอที่จะเข้าใจเราอยู่ เพียงแต่เราอย่าให้ความเศร้าตัดขาดเราออกจากโลกภายนอก เนื้อหาที่มีความหมายเป็นนัยเฉพาะ คือเป็นเพลงที่พูดถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเลือกที่จะทนอยู่กับชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ มากกว่าที่จะหย่าร้าง โดยเหตุผลเพราะไม่ต้องการถูกตัดสินโดยมาตรฐาน (หรือความไม่มีมาตรฐาน) ของสังคม
3. “My Favorite Things” (มาย เฟเวอร์ริท ติงส์) เพลงบรรเลง
เป็นเพลงจากละครบรอดเวย์ที่ต่อมาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์เรื่อง The Sound of Music ในการนำเสนอของเขม เป็นรูปแบบของเพลงบรรเลงในแนว Jazz trio (ที่ก็ยังมีกลิ่นอายเพลงอิเลคทรอนิคแบบ jungle music) โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์เด่น อยู่ประเสริฐ (เพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกับเขมตั้งแต่วัยเด็ก ปัจจุบันเป็นคณบดีวิทยาลัยดนตรี ม.รังสิต และนักดนตรี jazz ชั้นนำของเมืองไทย) มาเล่นท่อน piano interlude เป็นการปิดท้ายเพลงให้
4.“หัวใจกับความฝัน”
แนวดนตรีและเนื้อหาของเพลงได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงแนว “อาคิระเมะไน” (แปลไทยว่า “อย่ายอมแพ้”) ของเพลงสไตล์ j-pop ของญี่ปุ่น แต่งเมื่อพี่เปี๊ยก ดีเจสยามมาขอให้แต่งพลงใหม่เพื่อใส่ไว้ในอัลบั้ม Like Light โดยพี่เปี๊ยกได้กำชับด้วยความวิตก ว่า “เขม เขมแต่งเพลง positive บ้างนะ” ผลลัพท์คือเพลงนี้ก็เลยอาจจะมีเนื้อหาไม่มืดมนเท่ากับเพลงอื่นๆของเขม (เพื่อเป็นการเอาใจพี่เปี๊ยก) เวอร์ชั่นที่อยู่ในอัลบั้มของเขม เป็นเวอร์ชั่นที่มีการเรียบเรียงดนตรีและ remix ใหม่ โดยต่างจากเวอร์ชั่นใน Like Light
5. “Dolphin Hotel” (ดอลฟิน โฮเต็ล) เพลงบรรเลง
Dolphin Hotel เป็นชื่อโรงแรมที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ในนวนิยายเรื่อง A Wild Sheep Chase ของ ฮารุกิ มุราคามิ ซึ่งเป็นนักเขียนที่เขมชื่นชอบ (ได้ยินมาว่ามีแปลเป็นภาษาไทยชื่อ “แกะรอยแกะดาว”) โรงแรมนี้เป็นที่ที่มีประตูลับเชื่อมมิติ และเป็นที่ที่ตัวเอกของเรื่องได้พบกับ ตัวละครในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งมาบอกทางให้ตัวเอกของเรื่องได้เดินทางไปพบกับ เพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว แนวดนตรีเป็นอีเลคทรอนิคร็อค โดยช่วงกลางเพลง (หลังจากที่กลองจังหวะ shuffle หายไป) ต้องการสื่อถึงการ “ก้าวข้าม” จากมิติหนึ่งไปยังอีกมิติหนึ่ง
6. “ฉันอยู่ตรงนี้”
เป็นเพลงสรุปเนื้อหา (concept) ของอัลบั้ม โดยพูดถึงความอ่อนล้าจากการเดินทางที่ไม่รู้ว่าปลายทางนั้น อยู่ที่ไหน แต่มีกำลังใจอยู่ลึกๆจากความหวังที่จะได้พบกับคนที่ห่วงใยเรา ณ ที่ที่การเดินทางนั้นได้สิ้นสุดลง เพลงนี้ได้รับเกียรติจาก ฆ้อง มงคล เพื่อนของเขมอีกคนหนึ่ง มาเล่นกีตาร์อะคูสติคให้ (งานของฆ้องปรากฏอยู่ในอัลบั้มต่างๆ เช่น โยคีเพลย์บอย และ Road Movie)
7. “วันที่โลกหยุดหมุน”
เป็นเพลงแนวดนตรีร็อคผสม New Wave 80s คล้ายๆกับบรรยากาศงานของ Genesis หรือ Phil Collins ในยุคนั้น เนื้อหาพูดถึงคุณค่าของเวลา โดยตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ว่าในช่วงเวลาที่ดีหรือร้าย ต้องพบกับเหตุการณ์ที่เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง สิ่งที่แน่นอนคือเราจะไปรอพบเพื่อนเมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง ดังนั้น เพลงนี้เหมือนเป็นการตอบโจทย์ ที่เต็มไปด้วยความสงสัยที่เพลงที่แล้ว (“ฉันอยู่ตรงนี้”) ได้วางไว้ แต่เป็นการสื่อสารจากมุมมองคนที่เข้มแข็งกว่า เหมือนกับจะบอกว่า ไม่ว่าเวลาของเธอจะดีหรือร้าย เธอมั่นใจได้ว่า ฉันจะไปพบเธอแน่นอน
8. Get Going (เก็ท โกอิ้ง) เพลงบรรเลง
หลายๆคนอาจจะจำได้ว่าเมโลดี้ในช่วง verse ของเพลงนี้มาจากส่วนหนึ่งของ Symphony No.9 (Ode to Joy) ของ บีโทเฟ่น เพลงนี้เป็นการตีความในเชิงจังหวะและสาวต่อเมโลดี้นั้นโดยนำมาเรียบเรียงกับทำนองช่วงอื่นที่แต่งขึ้นใหม่ โดยเป็นเพลงบรรเลงที่มีเนื้อหาเจตนาสื่อว่า ระหว่างการเดินทาง อาจได้พบสิ่งดีๆที่ทำให้รู้สึกว่ามีกำลังใจ ที่จะเดินทางต่อไป”โดยไม่รีรออะไร” ลักษณะเหมือนคนเดินตัวปลิว เพราะความกลัวสิ่งที่ไม่แน่นอน ถูกแทนที่ด้วยความหวังที่จะได้พบกับคนที่อยากพบอีกครั้ง
9. JSKB Radio Spot (Interlude)
เขมได้พบกับ Jasper Kim (เจ้าของเสียงดีเจในเพลงนี้) เมื่อครั้งที่ทั้งสองคนเริ่มทำงานเป็นทนายความที่ห้องค้าหลักทรัพย์ในกรุงโตเกียวด้วยกัน ปัจจุบัน Jasper เป็น อาจารย์กฎหมายของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงโซล ประเทศเกาหลี และเมื่อปีที่แล้ว (2549) Jasper ถามว่าจะให้ช่วยอะไรบ้าง หลังจากที่เขมช่วย Jasper เขียน บทความทางวิชาการเรื่องหนึ่ง เขมจึงขอให้ Jasper “ตอบแทน” โดยการช่วยพูดภาษาเกาหลีในเพลงนี้ ซึ่งมีข้อความแปลสรุปเป็นไทยได้ว่า “ขณะนี้ดึกแล้ว ขอบคุณที่ฟังรายการของเรา ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ราตรีสวัสดิ์ และ พบกันใหม่”
10. ที่เดิม
เป็นเพลงที่จินตนาการสถานที่นัดพบเมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง แต่เนื่องจากเนื้อหาได้ถูกสื่อจากมุมมองของคนที่ยังเดินทางอยู่ จึงเป็นลักษณะการบรรยายความคาดหวัง มากกว่าจะบรรยายว่า สถานที่นัดพบนั้นเป็นอย่างไร (เพราะคนที่ยังเดินทางอยู่ก็ไม่เคยไปสถานที่นั้น) คำว่า”ที่เดิม” ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนสถานที่นัดพบ เพราะเป็นคำที่ ให้ความรู้สึกว่ามีแต่คนที่สนิทสนมกันมากระดับหนึ่งเท่านั้น ที่พอพูดคำว่า “ที่เดิม” แล้วก็จะรู้กันว่า ”ที่ไหน” เป็นเพลงอะคูสติคโฟลค์ที่ตอนปลายเพลง (ช่วงที่มีเสียง keyboard) ถูกเรียบเรียงเพื่อสื่อบรรยากาศเชิงเหนือจริง (surrealism)
11. Love Affair (เลิฟ แอฟแฟร์) เพลงบรรเลง
เป็นเพลงประกอบหนังชื่อเดียวกันที่แต่งโดยนักแต่ง score หนังรุ่นใหญ่ เอนนิโอ มอริโคเน่ ซึ่งเป็นนักแต่งเพลงที่เขมและ Jerry (2 Days Ago Kids) ชื่นชอบมานานแล้ว วันหนึ่ง ระหว่างที่เขมกำลังทำอัลบั้มนี้ Jerry เล่นเพลงนี้ให้เขมฟัง ทั้งคู่เลยเห็นตรงกันว่าเพลงนี้น่าจะเป็นเพลงปิดอัลบั้มที่ดี เพราะมีทำนองที่ “อาจจะฟังดูเศร้าในบางช่วง แต่ก็น่าประทับใจโดยรวม” ซึ่งความรู้สึกนี้อาจจะไปตรงกับความรู้สึกที่หลายๆคนมี เมื่อการเดินทางไปที่ไหนสักที่หนึ่งได้สิ้นสุดลง
For more info, please visit: http://kemdez.hi5.com และ www.myspace.com/tonsonmusic


แสดงความคิดเห็น