Dark Tranquillity

Metal
Dark Tranquillity (ดาร์ก ทรานคาลลิตี) นี่คือสวีเดนเดธเมตัล สายเมโลดิกเดธระดับมาสเตอร์ของวงการ เป็นวงรุ่นเดียวกับ In Flames ซึ่งทั้งสองวงนี้มีการถ่ายเทสมาชิกบางคนไปมาระหว่างกันในช่วงยุคแรกของทั้งสองวง ปัจจุบันสมาชิกของวงประกอบด้วย Mikael Stanne (ร้องนำ), Niklas Sundin (กีตาร์), Michael Niklasson (กีตาร์), Martin Henriksson (เบส), Martin Brondstrom (คีย์บอร์ด) และ Anders Jivarp (กลอง) ระบบเสียงสุดยอดจากฝีมือของ Fredrik Nordstrom กับห้องอัด Fredman ของเขา โปรดิวซ์โดย Dark Tranquillityอ่านต่อ
อัลบั้มทั้งหมด
อัลบั้ม:We Are The Void
จำหน่าย:2010-03-09

TRACKLISTING :

1. Shadow in Our Blood
2. Dream Oblivion
3. The Fatalist
4. In my Absence
5. The Grandest Accusation
6. At the Point of Ignition
7. Her Silent Language
8. Arkhangelsk
9. I am the Void
10. Surface the Infinite
11. Iridium


       ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับซาวน์ดดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ยืนหนัดมาตลอด 17 ปี ไม่แพ้เพื่อนร่วมเมืองอย่าง In Flames พวกเขายังคงเป็นที่ยอมรับอย่างสูง สำหรับแฟนเพลงสายเมโลดิกเดธ ปัจจุบันพวกเขาถือเป็นวงระดับต้นแบบอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมางานแทบทุกอัลบัม ไม่เคยนอกลู่นอกทางสักอัลบัมหนึ่ง และนี่คืองานใหม่ล่าสุดที่จะพาแฟนเพลงสู่อาณาจักรของเมโลดิกเดธเมตัลของแท้ ที่กาลเวลาไม่อาจขวางกั้น
อัลบั้ม:Character
จำหน่าย:2008-06-12

TRACKLISTING :

01. The New Build
02. Through Smudged Lenses
03. Out of Nothing
04. The Endless Feed
05. Lost to Apathy
06. Mind Matters
07. One Thought
08. Dry Run
09. Am I 1?
10. Senses Tied
11. My Negation

Dark Tranquillity (ดาร์ก ทรานคาลลิตี) นี่คือสวีเดนเดธเมตัล สายเมโลดิกเดธระดับมาสเตอร์ของวงการ เป็นวงรุ่นเดียวกับ In Flames ซึ่งทั้งสองวงนี้มีการถ่ายเทสมาชิกบางคนไปมาระหว่างกันในช่วงยุคแรกของทั้งสองวง ปัจจุบันสมาชิกของวงประกอบด้วย Mikael Stanne (ร้องนำ), Niklas Sundin (กีตาร์), Michael Niklasson (กีตาร์), Martin Henriksson (เบส), Martin Brondstrom (คีย์บอร์ด) และ Anders Jivarp (กลอง) ระบบเสียงสุดยอดจากฝีมือของ Fredrik Nordstrom กับห้องอัด Fredman ของเขา โปรดิวซ์โดย Dark Tranquillity

- หลังจากที่ออกงานรวมเพลงอย่าง Exposures (’04) และ อีพี Lost to Apathy (’04) ถัดมาอีกไม่นานพวกเขาก็เข็น Character ซึ่งเป็นอัลบัมใหม่ออกมาทันที จัดว่าเป็นวงที่มีวัตถุดิบในการทำเพลงอย่างเหลือเฝือ The New Build, Through Smudged Lenses, One Thought ล้วนเป็นเพลงเด็ดทั้งสิ้น โดยเฉพาะซิงเกิลอย่าง Lost to Apathy ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ความยอดเยี่ยมของอัลบัมนี้ได้รับการยอมรับจากนิตยสารเมตัลมิวสิคยักษ์ใหญ่อย่าง Metal Hammer ว่า “The Ultimate Melodic Death Metal Masterpiece”

Review :
        สยามประเทศได้ทำความรู้จักกับ Dark Tranquillity มานานแล้ว นับตั้งแต่ครั้งออกอัลบัมแรก Skydancer (’93) ที่ทาง VMP ได้นำมาเผยแพร่ให้ชาวหูเหล็กได้ฟัง ในอัลบัมนั้นเป็นเวอร์ชันที่พ่วงเอามินิซีดี Of Chaos and Eternal Night (’95) เข้ามาด้วยเป็นอัลบัมเดียว ต่อมา DT ก็ย้ายจาก Spinefarm ไปอยู่กับ Osmorse มีอัลบัม The Gallery (’95) ซึ่ง VMP ก็ยังตามมาออกให้ฟังกันอยู่ แต่หลังจากนั้น VMP ได้ล้มเลิกไป ไม่มีใครผลิตออกมาให้ฟัง ทำให้นักฟังเพลงบ้านเราหลายคนได้แต่เฝ้าดูความเป็นไปของ DT อยู่ห่างๆ (แหะ แหะ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน) พวกเขาออกอัลบัมมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ Enter Suicidal Angels (’96), The Mind’s I (’97) ย้ายสังกัดไปอยู่กับ Century Media ออก Projector (’99), Heaven (’00), Damage Done (’02) และ Exposures (’04) ที่เป็นอัลบัมรวมเพลงหายากกับไลฟ์ 2 แผ่นคู่ จนในที่สุด Character งานล่าสุดของ Dark Tranquillity คนไทยก็ได้มีวาสนากับเขาอีกครั้ง เมื่อ Platinum ผู้ถือสิทธิ์วงในสังกัดเมตัลใหญ่ๆอย่าง Nuclear Blast, Victor Entertainment และ Century Media นำมาจัดจำหน่ายในราคาไม่แพง

        ยุคแรกๆทางวงยังไม่มีมือคีย์บอร์ดเป็นของตนเอง ความเป็นเมโลดิกนั้นมาจากเสียงร้องที่ไม่ได้กดต่ำนัก กับนักร้องสาวเสียงใส และคลีนกีตาร์ พอมาในยุคหลัง มีมือคีย์บอร์ดมาเป็นสมาชิกถาวร จึงเริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้เสียงสังเคราะห์จากคีย์บอร์ดแทน ไลน์อัปล่าสุดคือ มิกาเอล สเตนน์ ร้องนำ, แอนเดอร์ส จิวาร์ป กลอง นิกลาส ซันดิน กับ มาร์ติน เฮนริกส์สัน กีตาร์, ไมเคิล นิกคลาสสัน เบส และมาร์ติน เบรนด์สตอม คีย์บอร์ด ทั้ง 6 ร่วมกันสรรสร้างเมโลดิกเดธในแบบ Dark Tranquillity จนเป็นเอกลักษณ์ เริ่มด้วย The New Build ที่ขึ้นมาด้วยความเร็ว ริธึมหนักหน่วง สปีดกลองไวอย่างเห็นได้ชัด ตรงกลางใส่โซโลคีย์บอร์ด เสียงอวกาศ Through Smudged Lenses ลดความเร็วลงมาหน่อย แบ๊กกราวน์ดด้วยเสียงสังเคราะห์ เสียงของมิกาเอล รัวแบบไม่ได้พักหายใจ เบรกด้วยท่อนดึงช้า นิ่มๆ ก่อนจบ, Out of Nothing ซาวน์ดอิเลกตริกวนเวียนอยู่ทั่ว พร้อมเปลี่ยนเป็นเสียงเปียโนเพราะๆ อีกทั้งโซโลกีตาร์งามงด, The Endless Feed เริ่มด้วยเสียงคอรัสว้าเหว่กับริฟฟ์เฮฟวี ทำนองช้า แล้วจิวาร์ปจึงเร่งฝีตีนขึ้น ฟาดสแนร์ไม่ยั้ง ขณะที่พื้นหลังเป็นเสียงเปียโน, Lost to Apathy ท่วงทำนองกระชาก มันทีเดียว คีย์บอร์ดของเบรนสตรอมได้โชว์ช่วงกลางเพลง สลับกับลีดกีตาร์, Mind Matters มีท่อนนวดช้าแน่น ส่วนคีย์บอร์ดทำเสียงสร้างบรรยากาศ, One Thought โครงสร้างเพลงมีช้า เร็ว มิกซ์มาดี ได้ยินเสียงตีสแนร์ชัดแจ๋ว เสียงสังเคราะห์ช่วยเบรกอารมณ์ได้พอเหมะพอเจาะ, Dry Run จังหวะกระชับ เปียโนโดดเด่น ด้านกีตาร์คู่ของนิกลาสกับมาร์ติน ประสานกันอย่างรู้ใจ คอร์ดกับโซโลลงตัว, Am I 1? ยังคงเปี่ยมไปด้วยเสียงสังเคราะห์ ผสานกับดนตรีร้อนแรงสลับนุ่มนวล Senses Tied สัดส่วนซับซ้อนเหลือกิน เสียงคีย์บอร์ดกับภาคกลองล้ำหน้ากว่าใครเพื่อน และสุดท้าย My Negation ทางวงบอกว่าเทียบได้กับ A Bold of Blazing Gold ที่อยู่ใน Skydancer ฟังยังไงเพลงนี้ก็แรงกว่าเยอะ ใกล้กันตรงที่มีท่อนคลีนกีตาร์กับไลน์เปียโนหวานๆ เท่านั้นเอง อย่างไรก็ดีอัลบัม Character ทุกเพลงอุดมไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย เด็ดดวงทั้งภาคดนตรีและเสียงร้อง เป็นผลผลิตที่ไม่ทำให้เสียชื่อยอดวงสวีดิชเมโลดิกเดธไปแม้แต่น้อย

อัลบั้ม:Fiction
จำหน่าย:2007-04-24

TRACKLISTING :

1. Nothing to No One
2. The Lesser Faith
3. Terminus (Where Death is Most Alive)
4. Blind at Heart
5. Icipher
6. Inside the Particle Storm
7. Empty Me
8. Misery’s Crown
9. Focus Shift
10. The Mundane and the Magic

Dark Tranquillity (ดาร์ก ทรานไคลลิตีย์) วงเมโลดิกเดธเมตัลจากเมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน เป็นวงที่เป็นเหมือนแม่พิมพ์ให้กับวงเมโลดิกเดธรุ่นหลัง และซาวน์ดดนตรีของพวกเขาถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่า “โกเธนเบิร์กซาวน์ด” สมาชิกในอัลบัมนี้ประกอบด้วย Mikael Stanne (ร้องนำ), Martin Henriksson (กีตาร์), Niklas Sundin (กีตาร์), Michael Nicklasson (เบส), Andres Jivarp (กลอง) และ Martin Brandstrom (คีย์บอร์ด)

- ถือเป็นวงที่แฟนเพลงให้ความสนใจทุกครั้งที่มีการออกอัลบัมใหม่ ยิ่งเพื่อนร่วมเมืองอย่าง In Flames หันหน้าเข้าหาตลาดมากขึ้น ทำให้ความน่าเชื่อถือและศรัทธาในดนตรีเมโลดิกเดธแบบดั่งเดิมเสื่อมความนิยมลง ยิ่งทำให้พวกเขาต้องพัฒนาดนตรี พร้อมกับพัฒนามุมมองของดนตรีสายนี้ให้คงอยู่ต่อไป แม้หลังๆมาปกอัลบัมหรือโลโกวงอาจจะผิดแปลกไปกว่ายุคต้นๆของวงมาก นั่นก็ไม่ได้ทำให้เพลงของพวกเขาลดพลังลงจนชวนบ่ายหน้า

Nothing to No One, Terminus (Where Death is Most Alive), Blind at Heart และ Focus Shift คือเมโลดิกเดธชั้นเลิศ ดนตรีเดธเมตัลเจือเมโลดี้, เสียงร้องแหบแบบซากศพ บรรยากาศอันหนาวเหน็บ หรือจะเป็นพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ คือลายเซ็นของพวกเขา

Review :
       ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ยอดวงเมโลดิกเดธ Dark Tranquillity อยู่ในวงการ พวกเขาไม่เคยประสบปัญหาการตีบตันทางความคิดเลย ยังคงสร้างสรรค์ผลงานได้ระดับมาตรฐานมาโดยตลอด และแทบไม่เคยทำงานที่น่าผิดหวังออกมาเลยสักชุด ไม่เหมือนวงเพื่อนร่วมชาติอย่าง In Flames และ The Haunted แต่ก็แปลกเหมือนกันที่ดูเหมือนชื่อเสียงของวงจะได้รับความนิยมน้อยกว่าทั้ง 2 วงดังกล่าว ซึ่งหากจะถามว่างานชุดไหนของ DT ที่ดีที่สุด แฟนเพลงส่วนใหญ่คงยกให้ The Gallery เมื่อปี1995 แต่ทว่าบัดนี้ ด้วย Fiction งานชุดใหม่ของวงอาจจะทำให้ใครหลายคนต้องคิดใหม่

       อินโทรด้วยเบสใน Nothing to No One กระตุ้นอารมณ์อยากฟังได้ตั้งแต่ต้น พอเข้าตัวเพลงจริงๆก็เป็นเพลงจังหวะเร็วและกระชับ ซึ่งน่าจะเป็นเพลงเปิดอัลบัมที่มีเทมโปไวที่สุดของวงในรอบหลายๆปีและเป็นเพลงเปิดที่ดีที่สุดเพลงหนึ่งของวงเลยก็ว่าได้ ท่อนที่ใส่ไลน์คีย์บอร์ดใสๆแทรกเข้านั้นก็ทำได้อย่างสวยงาม The Lesser Faith เจือซาวน์ดสังเคราะห์ตลอดเพลง ถึงจะฟังร่วมสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำลายความเป็นเมโลดิกเดธลงไปแต่อย่างใด มีการเปลี่ยนมูฟเมนต์ให้อ้อยสร้อยตอนกลางเพลง แถมโชว์ไลน์เปียโนของมาร์ติน แบรนด์สตรอมด้วย ก่อนจะตามมาด้วยกำแพงกีตาร์ที่หนาปึก มิกาเอล สเตนร้องเสียงแหบกร้าวทำให้ฟังดุกว่าอัลบัมก่อนๆ Terminus (Where Death is Most Alive) ยังคงมีคีย์บอร์ดดำเนินเรื่อง แอนเดอร์ส จิวาร์ป เฆี่ยนกลองด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ส่วนภาคเบสนั้นก็คอยสมทบให้ตัวเพลงแน่นหนาขึ้นไปอีก ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ มิกาเอล สเตนใช้เสียงที่แหบต่ำแบบเดธทำให้ฟังโหดเหี้ยมด้วย (ครั้งสุดท้ายที่เขาร้องสไตล์นี้รู้สึกจะเป็นอัลบัม Heaven ในปี2000) เช่นเดียวกับ Blind at Heart ซึ่งต่อเนื่องความมันด้วยเทมโปเร็วจัด จนน่าแปลกใจว่าทำไมชุดนี้ถึงดุเดือดจัง ท่อนโซโลจี๊ดจ๊าดถึงใจ ก่อนที่จะผ่อนลงมานิดๆกับ Icipher และ Inside the Particle Storm ที่ท่วงทำนองไม่เร็วมากนัก ส่วน Empty Me ทีเด็ดอยู่ที่ลูกกระเดื่องที่อัดยับ พร้อมด้วยเสียงร้องแหบต่ำ มีโชว์โซโลคีย์บอร์ดด้วย ไลน์กีตาร์ของทั้งมาร์ติน เฮนริกส์สัน และนิคลาส ซุนดินแฝงเมโลดีสวยๆไว้ตลอด จากนั้นตามด้วย Misery’s Crown ที่ขายบรรยากาศมากหน่อย ท่อนฮุกฟังติดหู มิกาเอลได้แสดงศักยภาพด้วยการร้องหลายระดับเสียง ทั้งเสียงคลีนและแหบต่ำ ส่วนกีตาร์กับซาวน์ดสังเคราะห์ยังทำหน้าที่ของตนได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง ขณะที่ Focus Shift ก็มีดีที่จังหวะกระแทกกระทั้น ฟังคึกคัก เครื่องดนตรีทุกชิ้นโดดเด่นเท่าๆกัน เพลงส่งท้ายอย่าง The Mundane and the Magic ได้นักร้องหญิงเสียงหวานมาร้องเปลี่ยนบรรยากาศ ทำให้เพลงน่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

        50 กว่านาทีในอัลบัม Fiction นี้เป็นเมโลดิกเดธที่เข้มข้น ฟังไม่ซ้ำซากหรือน่าเบื่อหน่ายแต่ประการใด ซาวน์ดโดยรวมฟังทันสมัย อันเนื่องมาจากเสียงสังเคราะห์ที่มีทบบาทอย่างมากนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ทำให้เมโลดิกเดธของวงต้องกลายเป็นเมตัลคอร์แต่อย่างใด สิ่งนี้เองที่ต้องยกนิ้วให้กับทางวง เพราะว่าพวกเขาสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแนวเพลงไป เอาเป็นว่า The Gallery ดีอย่างไร Fiction ก็ดีอย่างนั้น ทว่าอย่าเข้าใจผิดคิดว่าซาวน์ดของทั้ง 2 ชุดนี้เหมือนกันนะครับ เพราะเป็นงานที่อยู่คนละยุคคนละสมัยกันแต่ความดีงามเหมือนกัน ซึ่งอันที่จริงการนำเอางาน 2 ชุดนี้มาเปรียบเทียบกันก็ไม่ค่อยยุติธรรมเท่าใดนัก หากแต่ว่ามันช่วยไม่ได้จริงๆ ก็ในเมื่อ Fiction งานใหม่ชุดนี้มันดีเด่นจนน่าจะเอาไปทาบชั้นกับงานชั้นเลิศของวงอย่าง The Gallery นี่นา

 

แสดงความคิดเห็น(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเว็บไซต์เท่านั้น) สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
ศิลปิน Metal อื่นๆ ดูทั้งหมด

คำอธิษฐานด้วยน้ำตา, you2play , ประวัติเอ๊ะ จิรากร , คนที่แสนดี , นิชคุณ, คนที่แสนดี, เพลง ถนนบนต้นไม้ใหญ่ , เพลงคนที่แสนดี , ภูเก็ต, ฟังเพลงลูกอม , เพลงเลดี้กาก้าทั้งหมด, lazy sunday 2, หนูเอาอยู่ , Lazy Song, เพลงรักเธอ24 , เพลงเลดี้กาก้า , นมสวย , เพลง คนที่แสนดี , วินาทีเดียว , คนที่แสนดี เนื้อเพลง , สายตายาว, 25 hours, วัชราวลี, singular, เพลงเบาเบา, mv คำอธิฐานด้วยน้ำตา, www.you2play.com, เนื้อเพลงคนที่แสนดี , เลดี้กาก้า, วัชราวลี , you, อยากรักก็รักเลย, ลูกอม, เพลง ถนนบนต้นไม้ใหญ่, แต่ก่อนยังไงวันนี้ฉันยังคงเหมือนเดิม , เพลงของเลดี้กาก้าทั้งหมด , รัก 7 ปี ดี 7 หน, hello venus ประวัติ, ไม่รู้ตัว , เพลงถนนบนต้นไม้ใหญ่ ,