Zee Avi
หากมีคำถามว่า สาวน้อยซี อาวี ก้าวข้ามเขตแดนทางดนตรีเพื่อมาบันทึกเสียงครั้งแรกกับอัลบั้มเปิดตัวที่แอลเอ โดยมีสองโปรดิวเซอร์และนักดนตรีที่ดังที่สุดอย่าง Ian Montone แห่งค่าย Montone และ Jack Johnson แห่งค่าย Brushfireมาร่วมงานได้อย่างไรนั้น คำตอบนั่น ดั่งเทพนิยายแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เล่าเรื่องของเด็กสาวโนเนมจากโลกอินเตอร์เนทที่ได้กลายร่างเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีและย่อโลกจาก 2 ฝั่งฝากเข้าเป็นหนึ่งเดียว ซี อาวี เกิดในเมืองเล็กอย่าง Miri ในเมือง Sarawak บนเกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย เธอเติบโตบริเวณใกล้ๆกับทะเลจีนใต้ ในครอบครัวสายทนาย โดยที่มีคุณพ่อเป็นเจ้าของสำนักงานกฎหมาย “ฉันเกิดมาเพื่อเป็นทนาย” เธอกล่าว แต่ดนตรีต่างหากที่ไหลรินอยู่ในสายเลือดของเธอ เพราะก่อนหน้านั้น พ่อของเธอเคยเป็นนักดนตรีที่เล่นดับเบิ้ลเบส อคอร์เดี้ยน ไวโอลินและกีตาร์ในวงมาก่อน เมื่อ ซี อาวี อายุได้ 12 ปี เธอได้ย้ายจาก เกาะบอร์เนียวสู่เมืองหลวงอย่าง กัวลาลัมเปอร์ ที่ๆเธอได้ตั้งรกรากจนถึงปัจจุบัน และเมื่ออายุ 17 ปี ซี เริ่มที่จะขังตัวเองหลายชั่วโมงในห้องเพื่อฟังเพลงและหัดเล่นกีตาร์ด้วยตัวของเธอเอง แต่หลังจากนั้นเธอก็หยุดเล่นกีตาร์ไปในที่เธอเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่ลอนดอน และเมื่อเธอกลับมายัง กัวลาลัมเปอร์ เธอหันกลับมาเล่นดนตรีอีกครั้ง เริ่มแต่งเพลงและตระเวนแสดงไปกับวงของเธอ แล้วหลังจากนั้น เธอมารู้ตัวอีกที เธอก็อยู่บนเครื่องบินมุ่งตรงสู่ L.A. เพื่อบันทึกเสียงอัลบั้มแรกของเธอกับโปรดิวเซอร์ Robert Carranzaที่สตูดิโอพลังงานแสงอาทิตย์สุดล้ำของค่าย Brushfire และในที่สุด แทรค “No Christmas For Me” ก็ได้กลายเป็น 1 แทรคที่รวบรวมอยู่ในอัลบั้มการกุศล “This Warm December, A Brushfire Holiday, Vol. 1.” จากแทรคโชว์การ Scat สุดลุ่มลึกอย่าง “Honey Bee” ไปถึงเพลงอกหักสุดกระตุ้นอารมณ์อย่าง “Is The End” ไปจนถึงเพลงแว่วหานถึง Peggy Lee อย่าง “Is That All There Is” นี่คือแค่ตัวอย่างของความเป็น ซี อาวี ที่เต็มไปด้วยความหวัง ในการค้นหารักแท้แต่ในขณะเดียวกันก้อแอบเผื่อใจไว้เผื่อหัวใจสลาย เพลงทุกเพลงของสาว ซี อาวี ในอัลบั้มเปิดตัวนี้ ต่างเล่าเรื่องราวของความต้องการภายนอกที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของใครบางคนและ การตั้งความหวังที่ก้าวต่อไปที่ถึงแม้จะเต็มไปด้วยความขมขื่นและการสูญเสียแต่ก็ยังมีสนุกสนานปนซุกซนในการดำเนินชีวิตและการมองโลกอย่างมีไหวพริบ “ฉันมักเป็นคนเหงา” เธอยอมรับ “ ‘Honey Bee’ คือเพลงที่เล่าเรื่องราวโรแมนติคของ 2 คนขวางโลกที่แตกต่างจากคนอื่นและพยายามที่จะไม่กดดันตัวเองให้เป็นอย่างที่คนเป็น” เพลง The Story คือเพลงที่ใช้เสียงพื้นๆของอคูสติคกีตาร์ ผสมผสานกับซาวน์แบบ Eno ทีเพิ่มความกรุ๊งกริ๊งให้กับเพลงอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่เพลงอย่าง “Poppy” คือเพลงที่เป็นดั่งอย่างอัตชีวประวัติ ที่มีเซ้นส์ของบทกวีอยู่ในนั้นโดยจะพาคนฟังมองกลับไปยังเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่มีอายุพียงแค่ 2 ปี จากมาเลเซีย จนถึง ลอสแองเจิลลิส สาว ซี อาวี กำลังสนุกสนานไปกับการเดินทางของเธอและแทบรอไม่ไหวที่จะให้มีทริปต่อไป “ฉันกำลังเตือนตัวเองตลอดเวลา พ่อแม่ฉันมักย้ำฉันอยู่เสมอว่าจะต้องติดดินและไม่เหลิงจนเกินไป ซึ่งฉันรู้สึกขอบคุณพวกท่านมาก แต่ในขณะเดียวกันแนก็อยากจะลองแหกกฎดูเหมือนกันนะ ทุกครั้งมักเป็นการเดินทางที่สุดวิเศษ และการได้ร่วมงานกับมืออาชีพ มันเหมือนกับพรจากสวรรค์ของฉันเลยทีเดียว ” และผลที่ได้รับจากพรวิเศษในครั้งนั้น คือ อัลบั้มแรกของ ซี อาวี ภายใต้สังกัด Monotone/Brushfire และเรื่องราวที่จะเล่าขานกันต่อไปอย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด ** ค่าย Monotone บริหารโดย Ian Montone ซึ่งมีศิลปินในสังกัดอย่าง The White Stripes, M.I.A., The Shins, Vampire Weekend, the Raconteurs, Against Me!, Cold War Kids, Crookers และอีกมากมาย
|