Taylor Swift

Pop
ภายใต้สภาวะถดถอยของวงการดนตรี เครียดกับยอดขายที่พุ่งลง เป็นกังวลกับการหมดคุณค่าของงานดนตรี และการขาดเพลงฮิตทั้วโลกติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ตอนนี้เราขอบอกว่าคุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะโลกพร้อมแล้วที่จะต้อนรับสาวน้อยมหัศจรรย์คนใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์ได้โดดเด่นกว่าใคร กับTaylor Swift (เทย์เล่อร์ สวิฟท์) ดาวดวงใหม่ที่ฉายแสงโดดเด่นตลอด 2 ปีในอเมริกา มีแฟนๆที่ให้การสนับสนุนมากกว่าหลายล้านคน เธอคือดาวรุ่งที่เปิดโลกของดนตรีทุกแขนงเข้าหากัน และเป็นนักร้องอายุน้อยที่สามารถทำยอดขายได้ทะลุหลัก 3 ล้านได้อย่างน่าประทับใจ ตอนนี้เธอพร้อมแล้วกับการก้าวข้ามไปสู่เวทีระดับสากลด้วยอัลบั้มแรกในชีวิตที่จะวางจำหน่ายไปทั่วโลกชื่อ “Fearless”อ่านต่อ
เกี่ยวกับศิลปิน

        ภายใต้สภาวะถดถอยของวงการดนตรี เครียดกับยอดขายที่พุ่งลง เป็นกังวลกับการหมดคุณค่าของงานดนตรี และการขาดเพลงฮิตทั้วโลกติดต่อกันเป็นเวลานาน  แต่ตอนนี้เราขอบอกว่าคุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะโลกพร้อมแล้วที่จะต้อนรับสาวน้อยมหัศจรรย์คนใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์ได้โดดเด่นกว่าใคร กับTaylor Swift (เทย์เล่อร์ สวิฟท์) ดาวดวงใหม่ที่ฉายแสงโดดเด่นตลอด 2 ปีในอเมริกา มีแฟนๆที่ให้การสนับสนุนมากกว่าหลายล้านคน เธอคือดาวรุ่งที่เปิดโลกของดนตรีทุกแขนงเข้าหากัน และเป็นนักร้องอายุน้อยที่สามารถทำยอดขายได้ทะลุหลัก 3 ล้านได้อย่างน่าประทับใจ ตอนนี้เธอพร้อมแล้วกับการก้าวข้ามไปสู่เวทีระดับสากลด้วยอัลบั้มแรกในชีวิตที่จะวางจำหน่ายไปทั่วโลกชื่อ “Fearless”

        อัลบั้มนี้เป็นการนำเสนอความมีเสน่ห์ของสาว เทเล่อร์ สวิฟท์ สู่ผู้ฟังทั่วโลก โดยในอัลบั้มเธอได้รวบรวมเพลงฮิตของเธอในอัลบั้มก่อนหน้าและเพลงใหม่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อาทิเพลง “Our Song” “Teardrops On My Guitar” และ “Should’ve Said No” และเพลงใหม่สุดฮิตอย่าง “Love Story” ที่แรงจนสามารถขึ้น Top 5 บน Billboard Hot 100 ในเวลาแค่ 2 สัปดาห์ บวกกับยอดดาวน์โหลดออนไลน์ Love Story ของสาวเทย์เลอร์กำลังจะแตะยอด 1 ล้านก๊อปปี้แล้ว

        ผลงานอัลบั้มชิ้นแรกของสาวเทย์เลอร์ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ทั้งโชว์สุดเริ่ดที่หยุดทุกลมหายใจของผู้ชมที่ลอนดอนเมื่อกันยายนปีที่ผ่านมา จึงไม่แปลกใจที่เธอจะมีแฟนคลับมากมาย และตอนนี้ถึงเวลาแล้วสำหรับอัลบั้ม Fearless อัลบั้มที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และท่วงทำนองที่ไพเราะ ที่จะทำให้ทั้งโลกต้องหันมามองเธอ

        “มันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดที่ก้าวมาไกลถึงฝั่งยุโรป และ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะแนะนำตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก” เทย์เล่อร์ สวิฟท์ ยังกล่าวต่ออีกว่า “ชั้นตื่นเต้นกับมันมากๆ และหวังว่าดนตรีของชั้นจะไม่มีเส้นแบ่งเขต เส้นกั้นกลางอะไรทั้งสิ้น”

         เทเล่อร์ สวิฟท์ มีทักษะทางด้านการพูดได้อย่างมีคารมคมคายจนคุณจะลืมไปเลยว่าเธอเกิดในปี 1990 เพราะเธอเป็นคนที่มีสำบัดสำนวนและมีวาจาเป็นเลิศมากๆ นี่คือพรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมาให้เธอ ในปี2006 ขณะที่เทย์เล่อร์ สวิฟท์ยังอายุไม่ถึง 17 ปี เธอสามารถส่งเพลงของเธอไม่ต่ำกว่า 5 ซิงเกิ้ล ครองชาร์ทอันดับ 1 บน iTunes ชาร์ทและ 2 ใน 5 ซิงเกิ้ลนั้นสามารถขึ้นได้ถึงอันดับ 1 บน บิลบอร์ดชาร์ทได้ และยอดขายอัลบั้มที่พุ่งสูงกว่า 3.5 ล้านก๊อปปี้ทั้วโลก มันคือปรากฏการณ์น่าตกใจที่สาวน้อยอายุน้อยเพียงนี้สามารถพาเพลงและอัลบั้มที่เธอแต่งเองทั้งหมดขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่นั้นคือเธอ เทย์เล่อร์ สวิฟท์คนเดียวเท่านี้นั้นที่ทำมันได้สำเร็จ

        ย้อนกลับไปเมื่อตอนสาวน้อยเทเล่อร์กำลังมองหาค่ายเพลงที่จะสนับสนุนเธอในการเป็นนักร้อง เธอไปเล่นโชว์ในร้านย่าน Nashville ที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างร้าน Bluebird โดยมีแค่กีต้าร์เท่านั้น และเป็นอย่างที่ทุกคนคาดไว้ ค่ายเพลงหลายที่สนใจในความสามารถของเธอ แต่เธอตัดสินใจว่าเธอจะยอมเซ็นตกลงเฉพาะกับค่ายที่สามารถเนรมิตสิ่งที่เธอต้องการให้เป็นจริงได้เท่านั้น “พอชั้นเริ่มคุยกับทางค่ายเพลง ชั้นก็รู้ทันทีเลยว่าพวกเค้าจะไม่ให้ชั้นเป็นคนแต่งเพลงเองทั้งหมด ดังนั้นชั้นต้องล้มเลิกสัญญาไป”

        แต่สุดท้ายสาวเทย์เลอร์ก็จบข้อตกลงกับ Scott Borchetta ผู้ซึ่งบอกถึงแผนการเกี่ยวกับค่าย Nashville ที่จะกลายเป็นโปรเจคใหญ่ยักษ์กับเธอ “เค้าเล่าให้ชั้นฟังว่า เค้ามีความฝันที่จะสร้างค่ายเพลงขึ้นมาและอยากให้ชั้นเป็นศิลปินเบอร์แรกของเขา มันมีอะไรบางอย่างโดนใจชั้นเกี่ยวกับสิงที่เค้าพูด และนั้นทำให้ชั้นมั่นใจว่า เค้าจะยอมให้ชั้นทำทุกอย่างในแบบที่ชั้นต้องการ และสุดท้ายเค้าก็สามารถทำอย่างที่เค้าวาดฝันไว้ได้จริงๆ โดยมีชั้นเป็นศิลปินคนแรก ทุกอย่างผ่านไปอย่างดีเยี่ยม”
        เมื่อคุณพูดคุยกับสาวเทย์เล่อร์เกี่ยวกับเส้นทางในชีวิตของเธอ คุณจะรู้ว่าการเป็นนักร้องสำหรับเธอนั้น มีความหมายมากกว่าความฝันแต่มันคือสัญญาณที่ร้องเรียกเธอ “สำหรับชั้นดนตรีคือทุกอย่าง” เธอกล่าว “สมมุติว่าถ้าในห้องมีการพูดคุยเกิดขึ้นพร้อมๆกับดนตรีที่เล่นอยู่ ชั้นจะฟังแต่เสียงเพลงอย่างเดียวเท่านั้น ชั้นมั่นใจอย่างแน่นอน”
 
        เทย์เล่อร์ยังพูดถึงครอบครัวของเธอว่า “คุณย่าของชั้นเป็นนักร้องโอเปร่า  เธอดังมากในเปอร์โตริโก้และสิงคโปร์ รวมถึงประเทศแถบนั้น คุณย่าเคยร้องเพลงที่โบสถ์ทุกวันอาทิตย์ และการได้เห็นคุณย่าตื่นไปร้องเพลงทุกอาทิตย์นั้นมันทำให้ชั้นเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การแสดงนั้นความจริงมันก็คือเรื่องธรรมดาๆนั่นเอง ซึ่งการเข้าใจมันช่วยชั้นได้อย่างมากในวันนี้

                   
         เทย์เล่อร์ยังพูดถึงประสบการณ์ทางดนตรีของเธอว่า “ดนตรีกับตัวชั้นเองผูกพันกันตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ซึ่งอัลบั้มแรกที่ชั้นซื้อคืออัลบั้มของ LeAnn Rimes และมันโดนชั้นเต็มๆ ชั้นเริ่มอยากจะทำดนตรีเองตอนอายุประมาณ 10 ขวบ ชั้นอ้อนวอนพ่อแม่อยู่นานเพื่อที่ท่านจะยอมให้ชั้นเล่นละครเวทีเด็ก ซึ่งมันเป็นธรรมดาอยู่แล้วว่าเด็กที่ตัวสูงจะได้เล่นบทผู้ใหญ่ และแน่นอนชั้นมักได้เล่นบทนำ ความทรงจำเกี่ยวกับการได้เล่นละครในช่วงนั้น ทำให้ชั้นเข้าใจบทบาทและลักษณะการแสดงมากขึ้นจริงๆ”

        “แต่ชั้นเริ่มมารู้ตัวว่าสิ่งที่ชั้นชอบมากที่สุดคือการคัดตัวแบบร้องคาราโอเกะ ที่แบบคุณสามารถร้องเพลงอะไรก็ได้ ดังนั้นชั้นจึงเริ่มไปตระเวนคัดตัวและแสดงตามงานเทศกาลและเวทีประกวดต่างๆ จนอายุ 11 ชั้นขอพ่อแม่ให้พาไปที่ Nashville เราเช่ารถและมุ่งหน้าสู่ถนนสายดนตรีที่นั่น ชั้นตระเวนไปตามค่ายเพลงต่างๆเพื่อยื่นเทปเดโมเล็กๆของชั้นกับพวกเค้า แล้วเอ่ยว่า ‘สวัสดีค่ะ ชั้นเทย์เลอร์ อายุ 11 ชั้นอยากเซ็นสัญญากับพวกคุณมาก อย่าลืมโทรมาหาชั้นนะค่ะ’”

        แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีสักที่โทรกลับหาเธอเลย แต่การได้ไปในเมืองแห่งเสียงเพลงอย่าง Nashville ในครั้งนั้นเป็นการเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับโลกธุรกิจดนตรี รวมทั้งคุณค่าและความหมายของการแต่งเพลงและลิขสิทธิ์ให้กับเทย์เล่อร์อย่างมาก “ชั้นกับครอบครัวย้ายไปที่ Nashville ตอนชั้นอายุ 13 หลังจากนั้นชั้นใช้เวลาตระเวนไปตามค่ายเพลงทุกค่าย นำเสนอและขอร้องพวกเขาจนกระทั่ง ค่าย Sony เซ็นสัญญากับชั้นในที่สุด และชั้นกลายเป็นนักร้องที่อายุน้อยที่สุดที่พวกเขาตกลงเซ็นสัญญาด้วย”

        “ชั้นมุ่งมั่นและตั้งใจกับการทำดนตรีมาก ทุกๆวันที่โรงเรียน ในขณะที่ขั้นกำลังเรียนหนังสือ ชั้นก็จะนั่งคิดถึงไอเดียสิบกว่าอย่างในเวลาเดียวกัน และนำมันมาใช้ในการแต่งเพลงของชั้น ชั้นรู้จักนักแต่งเพลงดีๆหลายคน และในบางครั้งชั้นก็ได้รับการยกย่องจากพวกเค้า เพราะว่าชั้นรู้สึกว่าตัวเองจริงจังกับมันมากจริงๆ”

        ส่วนนึงที่ทำให้สาวเทย์เล่อร์ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จสุดๆในตลาดเพลงอเมริกาในรอบ 2 ปีที่ผ่านมานั้น มาจากความหมายที่ลึกซึ้ง กินใจและสะท้อนภาพความจริงของเนื้อหาเพลงของเธอนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Our Song” หรือ “Should’ve Said No” นั้นต่างทำให้คนฟังรู้สึกอินและรู้สึกตามได้อย่างท่วมท้น และแน่นอนเพราะคนฟังเชื่อมั่นในความจริงใจของเธอ ทั้ง 2 เพลงนี้จึงขึ้นอันดับ 1 ได้อย่างสวยงาม

        “เพลงในช่วงแรกๆที่ชั้นเริ่มแต่งเพลงมักมีเนื้อหาเกี่ยวความเหงาที่ชั้นเจอมา” เทย์เล่อร์เล่าถึงความทรงจำของเธอ “ชั้นแต่งมันออกมาได้เร็วมากๆ ชั้นไม่ได้แรงบันดาลใจมาจากคนอื่นและเรื่องราวอื่นๆสักเท่าไร เพราะสำหรับชั้นมันคืออะไรที่ชั้นสามารถแต่งมันออกมาได้เร็วจริงๆ”

        เธอพาเพลงของเธอทัวร์และสร้างประสบการณ์ไปทั่วอเมริกากว่า 200 โชว์ ผ่านสายตาคนนับล้าน และตอนนี้สาวน้อยอายุ 19 โตขึ้นพร้อมกับกระแสเพลงใหม่ของเธอที่แรงกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเพลงสุดฮิตในอเมริกาอย่าง “Love Story” (เพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากบทละครชื่อดังอย่าง Romeo & Juliet ที่สาวเทย์เล่อร์ได้ผสมผสานความทันสมัยลงไปอย่างเก๋สุดๆ) หรือเพลงที่สะท้อนตัวตนของเธออย่าง “Fifthteen” หรือเพลงที่เธอได้แสดงวิสัยทัศน์เหนืออายุอย่าง “White Horse” ที่ล่าสุดเพลงนี้ได้อยู่ในฉากเปิดซีซั่นล่าสุดของ Grey’s Anatomy โชว์โปรดของเธออีกด้วย!!!

        ถ้าคุณคิดว่านั่นคือสิ่งที่วิเศษที่สุดสำหรับเธอ คุณกำลังคิดผิดเพราะตอนนี้ เทย์เลอร์ สวิฟท์ สาวน้อยมหัศจรรบ์ กำลังก้าวสู่เส้นทางโลกของภาพยนตร์ โดยเธอได้ร่วมแสดงในหนังวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่รอคอยแห่งปีอย่าง “Hannah Montana The Movie” ของสาวน้อยไมลีย์ ไซรัส ในปี 2009 และยังมีแผนร่วมแสดงใน ภาพยนตร์ 3D สุดอลังการของสามพี่น้องสุดฮอต The Jonas Brothers อีกด้วย ซึ่งงานนี้รับรองได้ว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

        ชีวิตของสาวเทย์เลอร์ สวิฟทฺ์ ในตอนนี้เต็มไปด้วยสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจและปาฎิหารย์ มหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับเธอตลอดเวลา เธออาจโบยบินทำงานไปไกลทั่วโลก จนชีวิตเธอไม่เหมือนเดิมตลอดกาล แต่นั่นก็เพื่อวิ่งตามความฝันหนึ่งเดียวของเธอ นั่นคือการได้ทำงานดนตรี งานที่เธอรักและใฝ่ฝันมาตลอดทั้งชีวิต

         เทย์เล่อร์กล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้มว่า “ดนตรี คือทุกอย่างในวันๆหนึ่งของชั้น เสียงเพลงเป็นสิ่งที่ทำให้ชั้นมีทุกวันนี้  ถ้าไม่มีเสียงเพลงก็จะไม่มีชั้นในทุกวันนี้  มันเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนพูดออกมาว่าเค้ารู้สึกกับชั้นอย่างไร บางครั้งเราไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเรารู้สึกยังไงต่อกัน นอกจากว่าใครสักคนจะพูดมันออ%8

ศิลปิน Pop อื่นๆ ดูทั้งหมด

เนื้อเพลงคนที่แสนดี , นมสวย , singular, เพลงของเลดี้กาก้าทั้งหมด , เพลงคนที่แสนดี , คนที่แสนดี เนื้อเพลง , เพลงรักเธอ24 , เพลง ถนนบนต้นไม้ใหญ่ , Lazy Song, สายตายาว, ประวัติเอ๊ะ จิรากร , แต่ก่อนยังไงวันนี้ฉันยังคงเหมือนเดิม , 25 hours, คนที่แสนดี, lazy sunday 2, นิชคุณ, วัชราวลี , you, you2play , ฟังเพลงลูกอม , เพลงเลดี้กาก้า , คำอธิษฐานด้วยน้ำตา, เพลงถนนบนต้นไม้ใหญ่ , วัชราวลี, เพลง ถนนบนต้นไม้ใหญ่, ไม่รู้ตัว , วินาทีเดียว , หนูเอาอยู่ , ลูกอม, รัก 7 ปี ดี 7 หน, เพลง คนที่แสนดี , เลดี้กาก้า, เพลงเลดี้กาก้าทั้งหมด, อยากรักก็รักเลย, mv คำอธิฐานด้วยน้ำตา, www.you2play.com, เพลงเบาเบา, ภูเก็ต, hello venus ประวัติ, คนที่แสนดี ,