Simone
เธอเป็นนักแสดงละครเวทีที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมเป็นอย่างมาก จากผลงานอันหลากหลายในบรอดเวย์ อาทิเช่น Rent และ Aida ซิโมนได้พัฒนาแนวทางดนตรีอันหลากหลายและนาตื่นเต้น ทั้งป๊อป โซล แจ๊ซ ร็อค และฟังก์ โดยออกแสดงคอนเสิร์ตทั่วทั้งอเมริกา อังกฤษ ไอร์แลนด์ ฮอลแลนด์ ฟินแลนด์ สเปน และฝรั่งเศส และด้วยอัลบัมเดี่ยวชุดแรกในชีวิตของเธอ Simone On Simone (งานบิ๊กแบนด์ที่เป็นการแสดงความเคารพต่อแม่ของเธอ โปรดิวซ์โดยนักดนตรีและนักเรียบเรียงแจ๊ซชื่อก้อง บ๊อบ เบลเดน) ผู้ที่รักดนตรีทั่วโลกจะได้ค้นพบพลังเสียงอันเหนือชั้นที่ทำให้คนดูทึ่งกันมาแล้วกว่าสิบปี “นี่เป็นการแสดงความเคารพต่อแม่ของฉัน เป็นโอกาสที่ฉันจะได้ทำเพลงที่ฉันรักมากที่สุดตามแบบที่ฉันได้ฟังมันมา มันเป็นเสี้ยวหนึ่งขงชีวิตฉันในช่วงกว่าสี่สิบปีมานี้...” ลิซา เซเลสต์ สตรูด เกิดที่เมาน์ตเวอร์นอน ในนิวยอร์ก ซิโมนได้สัมผัสกับดนตรีมาตั้งแต่เยาว์วัยจากแม่ของเธอ ซึ่งเป็นนักดนตรีและนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพที่มีคนรักไปทั่วโลก เธอเล่าว่า “ฉันฟังเพลงของศิลปินมากมาย เพราะว่าเรามีอัลบัมของอรีธา แฟรงคลิน, โอติส เรดดิง, แกลดีส์ ไนต์ แอนด์เดอะพิพส์, พวกเพลงกอสเปลจากตระกูลฮอว์กินส์และท่านสาธุคุณ เจมส์ คลีฟแลนด์ วิทยุจะเปิดเสมอเวลาที่แม่เดินทางไปเปิดการแสดง ฉันจึงได้ฟังมันทุกอย่าง ทั้ง The Beatles และ The Mamas & The Papas ไปจนถึงสองศิลปินที่ฉันชอบที่สุดตลอดกาล รอนนี ไดสัน และดอนนี แฮธาเวย์ แน่นอนว่าฉันได้ฟังเพลงของแม่ฉันด้วย อัลบัมที่ฉันจำได้ดีที่สุดคือ “Silk & Soul” และ “The High Priestess Of Soul” มิเรียม มาเคบา นั้นถูกเปิดอยู่เสมอที่บ้านเรา แต่ฉันไม่ได้ฟังแจ๊ซมากนัก และถึงแม้วาแม่ฉันจะถูกฝึกมากับดนตรีคลาสสิก ฉันก็ไม่ค่อยจะได้ฟังเพลงคลาสสิกมากนัก...” ซิโมนใช้ชีวิตวัยเด็กช่วงต้นจองเธอในนิวยอร์ก และบ้านเกิดของนีนาในนอร์ธแคโรไลนา ก่อนที่จะติดตามแม่ของเธอไปออกทัวร์ในไลบีเรีย บาร์เบโดส และสวิตเซอร์แลนด์ เธอจบการศึกษาในอเมริกา และเข้า USAF ในปี 1982 “อันที่จริง ฉันเคยฝันไว้ว่าจะเป็นทนายความสากล” ซิโมนเล่ายิ้มๆ “แล้วฉันก็เข้าสู่ช่วง ‘กบฎหัวดื้อ’ แล้วสมัครเข้ากองทัพซะงั้น!” เธอเรียนด้านวิศวกรรมโยธา (“ฉันขับรถฮัมวีและรถสิบล้อได้นะ!”) และประดับยศจ่าสิบตรี แต่การแสดงบนเวทีครั้งแรกของซิโมนนั้นเกิดขึ้นในระหว่างที่เธอไปประจำการในเยอรมนี เพื่อนคนหนึ่งได้ฟังเธอร้องเพลงในไนต์คลับ และต่อมา ก็ได้รับโทรศัพท์จากนักร้องอเมริกันคนหนึ่งที่อยู่ในยุโรปที่ถามว่าซิโมนอยากได้งานเป็นนักร้องแบ๊กอัปหรือไม่ นั่นทำให้เธอได้ออกแสดงมากขึ้น แล้วในช่วงสุดสัปดาห์ ซิโมน (เธอเลือกใช้ชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ของเธอ) ก็มักจะขึ้นไปอยู่บนเวทีเสมอ โดยมักจะร่วมแสดงกับ ‘The Magic Platters’ ร้องเพลงฮิตในยุค ‘50s และ ‘60s แต่ในระหว่างการแสดงครั้งหนึ่งในปี 1991 ที่สกีรีสอร์ตในสวิตเซอร์แลนด์ ซิโมนได้ร้องเพลงที่ใกล้ชิดกับแม่ของเธอเป็นอย่างมากเป็นครั้งแรก “ฉันร้อง ‘My Baby Just Cares For Me’ แล้วหลังจากนั้น ฉันก็คิดว่า ‘ฉันควรจะทำแบบนี้กับชีวิตของฉัน’ การร้องเพลงนั้นเป็นเหมือนการหายใจสำหรับฉัน” แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะไม่มั่นใจนัก ซิโมนก็ทำตามหัวใจของเธอและเดินทางไปทั่วโลก เธอได้ร้องแบ๊กอัปให้กับราฟาเอล ซูเปอร์สตาร์ชาวละติน ซิโมนเดินทางไปกับหนุ่มสแปนิชสุดฮอตอยู่สองปี โดยขึ้นแสดงทั่วสเปน เปอร์โตริโก อเมริกาเหนือและใต้ ไปจนถึงเมดิสันสแควร์การ์เดนในนิวยอร์ก ยูนิเวอร์แซลแอมฟิเธียร์เตอร์ในแอล.เอ. และจอห์น ฟิตซ์เจอรัลด์ เคนเนดี ออดิทอเรียม ในไมอามี “หลังจากที่ฉันหันหลังให้ยุโรปไปกับราฟาเอล ฉันก็ไปแอล.เอ.เพื่อ ‘ขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์’” ซิโมนเล่ายิ้มๆ “ฉันย้ายไปอยู่กับสาวๆ อีกสองคน เราตั้งวงขึ้นมาชื่อ Aura แล้วเราก็ใช้เวลาหกเดือนพยายามจะแจ้งเกิดให้ได้ฉันใช้เงิน 2,500 เหรียญสุดท้ายไปกับรถฮุนได!” พอเข้าช่วงปลายปี 1994 ซิโมนเริ่มเปิดการแสดงเป็นประจำที่คลับ Atlas ร่วมกับ B-Sharp Quartet และไปแสดงตามสถานที่อย่าง The Baked Potato และ Shanghai Reds (ซึ่งแม่ของเธอได้ไปชมการแสดงบนเวทีของเธอเป็นครั้งแรก) “ไปเป็นสาวเสิร์ฟ, ร้องในบาร์ ‘เปิด’ และแสดงละครเวทีสำหรับเด็ก” ความพยายามของเธอผลิดอกออกผลเมื่อซิโมนได้รับการติดต่อในปี 1995 ให้ไปคัดตัวกับคณะละครเวทีชื่อดังของละครเวทีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง Jesus Christ Superstar “ในตอนแรก ฉันปฏิเสธพวกเขาไป!” พอเธอถูกเลือกให้มารับบท Soul Sister ต่อมา เธอก็ก้าวขึ้นมารับบทแมรี และไซมอน ด้วย (กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่มารับบทดังกล่าว) ในปี 2001 ซิโมนได้รับบทนำใน Aida ละครเพลงอันลือลั่นของทิม ไรซ์-เอลตัน จอห์น ที่ออกทัวร์ทั่วประเทศ เธอยังร่วมงานกับ Aida ในการเตรียมงานช่วงต้นด้วย ซึ่งโชว์นี้กวาดรางวัลมาได้มากมาย “รู้สึกดีมากที่เป็นที่จดจำ” เธอคว้ารางวัล “National Broadway Theater Award for Best Actress in a Musical” จากการแสดงทั่วประเทศครั้งแรกของ Aida และเธอก็รับบทนี้อีกครั้งในการแสดงที่บรอดเวย์ ซึ่งได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมเป็นอย่างมากในปี 2002 ดร.นินา ซิโมน มาชมการแสดงของลูกสาวในเดือนเมษายน ปีนั้น ซิโมนเล่าพร้อมรอยยิ้มถึงตอนที่แม่ของเธอ “ตะโกนขึ้นมาจากกลุ่มคนดูเวลาที่ฉันอยู่บนเวที!” แต่นั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบกัน หนึ่งปีต่อมา ในวันที่ 21 เมษายน นินาก็เสียชีวิตที่บ้านของเธอทางใต้ของฝรั่งเศส เพียงไม่กี่วันก่นที่ลูกสาวของเธอจะมาเยี่ยมหลังจากที่เธอได้หยุดพักจากการแสดงบรอดเวย์ Aida การสูญเสียแม่ของเธอไปทำให้ซิโมนได้นึกย้อนและหยุดพัก: “แม่ของฉันเริ่มให้การสนับสนุนเส้นทางดนตรีที่ฉันเลือกในปี 1999 ในที่สุด แม่ก็อยากให้ฉันโด่งดังขึ้นมา ฉันจำได้ว่าตอนที่เราร้องเพลงด้วยกันที่ The Wiltern Theater ในแอล.เอ. เราร้องเพลงหนึ่งของแม่ “Compensation” แล้วแม่ก็ร้องคลอไปกับฉัน แม่ยิ้มแบบมีความสุขมากๆ...” ซิโมนจัดเตรียม แสดง และกล่าวไว้อาลัยให้แม่ของเธอในพิธีศพที่ Abyssinian Baptist Church ในฮาร์เล็ม ก่อนที่จะจบการแสดง Aida ในเดือนมิถุนายน 2003 และอกแสดงบ้างในแถบนิวยอร์ก แล้วในปี 2004 ซิโมนก็ออกแสดงกับลุงของเธอ แซม เวย์มอน เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับแม่ของเธอที่ “Blue Note” ในนิวยอร์ก และแสดงกับสมาชิกในวงเก่าของนินาที่ Carnegie Hall ในงาน JVC Jazz Festival tribute ในปีเดียวกัน คำเชิญจาก แซนดรา เซนต์ วิกเตอร์ อดีตนักร้องนำของวงโซล/ฟังก์ The Family Stand ให้มาร่วมงานกันใน “Daughters Of Soul” (ที่มีลูกของ ชากา คาน และดอนนี แฮธาเวย์ รวมถึงโนนา เฮนดริกซ์, เซนต์ วิกเตอร์ และแขกรับเชิญพิเศษอื่นๆ) กลายเป็นการทำงานนานสามปีที่ทำให้เธอได้ไปเปิดการแสดงในเนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส สเปน และอังกฤษ “มันเป็นโอกาสที่จะได้อยู่กับนักร้องหญิงชั้นยอดและได้สนุกกัน มันยอดเยี่ยมมากๆ” 21 เมษายน 2006 สามปีหลังจากที่แม่ของเธอจากไป ซิโมนก็แสดงความเคารพต่อแม่ของเธอที่ Town Hall ในนิวยอร์ก สถานที่ที่นินา ซิโมน ในวัย 26 ปีได้เปิดการแสดงใหญ่ครั้งแรกของเธอที่เมืองนี้เมื่อ 47 ปีก่อน ด้วยสมาชิกดั้งเดิมบางคนที่เคยเล่นร่วมกับแม่ของเธอในตอนนั้น (รวมถึงมือกีตาร์ อัล แชกแมน) การแสดงอันเปี่ยมวิญญาณและตรึงผู้ชมของซิโมนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของอัลบัม Simone On Simone “แนวคิดนี้เคยมีคนเสนอกับฉันมาก่อนแล้ว แต่ฉันแต่งเพลงของตัวเองไว้เยอะมาเกือบสิบปีแล้ว และเป้าหมายของฉันคือการบันทึกเสียงเพลงเหล่านั้น มันจึงดูจะไม่เข้ากับแผนการของฉัน แต่หลังจากการแสดงที่ Town Hall นั่นแล้ว ฉันก็เริ่มพิจารณามันอย่างจริงจัง…" โชคดีที่เธอมีโน้ตการเรียบเรียงดั้งเดิมเพลงของแม่เธอกว่า 50 เพลง ซิโมนเริ่มต้นทำงานกับโปรดิวเซอร์บ๊อบ เบลเดน (ซึ่งเคยร่วมงานมากับ วูดี เฮอร์แมน, โดนัลด์ เบิร์ด, เมล ลูวิส, ไดแอนน์ รีฟส์ และโปรดิวซ์งานแจ๊ซชั้นเยี่ยมที่ถูกนำมาออกใหม่อีกครั้งเป็นจำนวนมาก) โดยเลือกงานเพลงของนินา ซิโมนมา 11 เพลง |