She & Him
ชื่อวงของพวกเขาอาจฟังไม่คุ้นหู แต่ถ้าคุณรู้ว่าใครคือ She และใครคือ Him แล้วล่ะก็ Volume จะกลายเป็นหนึ่งอัลบัมที่นักฟังเพลงนอกกระแส รวมไปถึงผู้รักในเสียงดนตรีที่มีกลิ่นอายของความเก่าแก่เป็นอมตะ ย่อมหลงใหลและอยากครอบครองทันที She – โซอี้ เดส์ชาเนล ถ้าคุณเป็นนักฟังเพลงอย่างเดียว คงยากที่จะรู้จักสาวตาโตหน้าหวานเหมือนตุ๊กตาคนนี้ แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบดูภาพยนตร์ นี่คือใบหน้าที่คุณคุ้นเคย โซอี้เคยมีผลงานผ่านตาคุณมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นหนังนอกกระแสที่กลายเป็นสุดยอดภาพยนตร์แห่งยุคร็อคแอนด์โรลสมัยใหม่ Almost Famous หรือจากบทอัลมา มัวร์ ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับลี้ลับเรื่อง The Happening Him – แม็ต เวิร์ด หรือที่เราคุ้นหูกันดีกับชื่อ เอ็ม เวิร์ด หนุ่มโฟล์กป็อปเจ้าของอัลบัม Transistor Radio ที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดของปี 2005 รวมถึงอัลบัม Post-War ในชุดต่อมาที่ดีไม่แพ้กัน และได้รับเสียงชื่นชมจากนิตยสาร Vanity Fair ว่าเป็นอัลบัมที่เยียวยาความบ้าคลั่งยามศึกสงครามอิรักกำลังประทุได้อย่างดี ทั้งสองเจอกันในปี 2006 เมื่อได้รับเลือกให้นำเพลง When I Get to the Border ของริชาร์ดและลินดา ธอมป์สัน มาร้องใหม่เพื่อประกอบภาพยนตร์ ... She ร้อง Him เล่น การทำงานได้เข้าอกเข้าใจทำให้เมื่อต้องจากกันไป พวกเขาระลึกถึงการทำงานร่วมกันอีกครั้ง แม้โซอี้จะคุ้นเคยกับการร้องแจ็ซ และแม็ตก็ถนัดกับดนตรีโฟล์กป็อปสไตล์เขา หากเมื่อรวมตัวลงมือทำงานกันแล้ว ดนตรีที่พวกเขาไม่ค่อยได้ทำนักก็เกิดขึ้น มันคือสำเนียงเรโทรของป็อปและโฟล์กจากยุค 60s และ 70s ที่ทำให้ชีวิตคุณเคลิบเคลิ้มและผ่อนคลาย นึกถึงการเดินเล่นในสนามหญ้าเขียวโดยมีสายลมเย็นอ่อนๆปะทะผิวหน้าเบาบาง การทำงานในอัลบัมนี้อาจจะแปลกสักหน่อย แต่ก็คงจะไม่แปลกมากนักหากมองจากอาชีพประจำของทั้งคู่ โซอี้เขียนเพลงที่บ้าน ระหว่างกองถ่ายหนัง รวมไปถึงตามสถานที่ทำงานต่างๆในสายหนังของเธอ และทำเดโมจากที่บ้าน จากนั้นก็ร่อนไปรษณีย์มาให้แม็ตที่พอร์ตแลนด์เพื่อทำงานต่อ และเมื่อทุกอย่างพร้อม ก็จัดตารางเวลาทำงานแล้วมาเจอกันทีสตูดิโอเพื่อบันทึกเสียง เมื่อฟังอัลบัม Volume 1 คุณอาจสงสัยว่า น้ำเสียงใสเย็นเหมือนต้นแม่น้ำนี้ เป็นของดาราสาวคนนี้จริงหรือ คำตอบคือจริง เสียงเธอหวานสวยไม่แพ้ใบหน้า และเป็นเสน่ห์ของทั้งหมดมวลที่คุณจะรู้สึกได้จากอัลบัมนี้ นอกเหนือไปจากดนตรีย้อนยุคกับจังหวะ น่ารักที่ความดีงามตีคู่กันมาติดๆ แม็ตเองก็นำความสามารถอันล้นเหลือของเขามาใช้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใส่รายละเอียดดนตรีให้เข้ากับน้ำเสียงและหรือการโปรดิวซ์คุมอารมณ์เรโทรได้อยู่หมัดตลอดอัลบัม “โซอี้ทำให้คุณนึกถึงดัสตี้ สปริงฟิลด์ และลินดา รอนสตัดต์” ใครบางคนเปรียบไว้อย่างนั้น ขณะที่แม็ตทำทุกอย่างมให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากขึ้น นั่นจึงส่งผลให้ Volume 1 ขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดได้ถึงอันดับที่ 71 แม้จะไม่มีการโปรโมท รวมไปถึงการได้รับคำชมจากสื่อต่างๆ อย่างที่ No Ripcord ยกย่องฝีมือการโปรดิวซ์ของแม็ตที่ทำให้อัลบัมนี้... “Warm and elegant, careful but not calculated” ขณะที่ Rolling Stone ชมเชยโซอี้เต็มปากเต็มคำ... “Deschanel's songs are simple, which is a smart move” หมายเหตุ – ทุกเพลงใน Volume 1 แต่งโดยโซอี้ เดส์ชาเนล ยกเว้น You Really Got a Hold on Me งานเก่าของสโมกี้ โรบินสัน และ I Should Have Know Better ที่แต่งโดยสองเต่าทอง พอล แม็กคาร์ตนีย์ และจอห์น เลนน่อน ส่วน Sweet Darlin’ โซอี้ร่วมแต่งกับเจสัน ชวาร์ซแมน และเพลง Swing Low, Sweet Chariot ซึ่งป็นเพลงพื้นบ้านตามประเพณี |
| |
| สร้างปรากฏการณ์ใหม่ตั้งแต่ตอนออกอัลบัมแรก ‘Volume 1’ เมื่อกลางปี 2008 พร้อมเสียงนิยมชมชื่นจากสื่อมวลชนที่ไม่คาดหมายมาก่อนว่า นักแสดงสาวสวยตาแบ๊วอย่างซูอี้ เดส์ชาเนล ผู้เพิ่งมีผลงานภาพยนตร์ประทับใจคนดูบ้านเราอย่าง 500 Days of Summer จะมีความสามารถในการเขียนเพลงและร้องเพลงได้โดดเด่นขนาดนั้น ประกอบกับฝีมือการทำเพลงของเอ็ม วาร์ด หนุ่มมากความสามารถประจำวงการที่ร่วมเป็นสมาชิกของวงดูโอนี้ด้วยแล้ว ‘Volume 1’ จึงกลายเป็นอัลบัมยอดเยี่ยมทั้งประจำสัปดาห์ ประจำเดือน และอัลบัมยอดเยี่ยมประจำปี 2008 จากแทบทุกสำนักสื่อ แถมยังขึ้นอันดับในบิลบอร์ดชาร์ตและกวาดยอดขายไปนับแสนแผ่น ซึ่งเมื่อเทียบกับวงดนตรีนอกกระแสหน้าใหม่แล้ว ถือว่าทุบประวัติศาสตร์กันทีเดียว |
| ความสำเร็จจากชุดแรกส่งผลให้ทั้งคู่ออกทัวร์ทั้งยุโรปและอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพักสั้นๆ ไปทำงานของตัวเองและรวมตัวกันทำอัลบัม ‘Volume 2’ ชุดนี้อีกครั้ง โดยที่เอ็ม วาร์ด ยังคงลงมือเป็นโปรดิวเซอร์ด้วยตัวเอง พร้อมปรับแนวดนตรีจากอัลบัมแรกที่เน้นโฟล์กคันทรีผสมป็อปร็อค ‘Volume 2’ พุ่งเป้าไปที่ความน่ารักสดใสของดนตรีเรโทรป็อปผสานกีตาร์โฟล์กสนุกสนาน เรียกได้ว่าร่วมสมัยและมีสีสันเหมาะกับเป็นอัลบัมยอดเยี่ยมประจำฤดูร้อนนี้ยิ่งนัก เปิดตัวด้วยซิงเกิลแรก ‘In the Sun’ กับมิวสิกวิดีโอเริงร่าวัยใสในโรงเรียนมัธยมปลาย กำกับโดยเพย์ตัน รีด ผู้กำกับภาพยนตร์ Yes Man และ The Break-Up เอ็มวีนี้เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเพลงและสื่อมวลชนได้มาก เพราะสาวสวยซูอี้เอาฝีมือทางการแสดงมาช่วยเติมแต่งให้ออกมาดูน่ารักและสมจริงมากขึ้น นอกจาก ‘In the Sun’ แล้ว เราจะยังได้ยินเพลงน่ารักอีก 12 แทร็ค รวมสองเพลงคัฟเวอร์ที่ทั้งคู่โปรดปรานและอยากหยิบมาทำใหม่ในสไตล์ของ She & Him เอง ได้แก่ Ridin’ in My Car ของ NRBQ และ Gonna Get Along Without You Now ของสกีเตอร์ เดวิส ที่พิสูจน์ว่าพวกเขาไม่เพียงแต่ทำเพลงของตัวเองได้ดีมาก แต่ยังนำเพลงคลาสสิกมาทำใหม่ได้น่าสนใจ ทำให้อัลบัม ‘Volume 2’ ขึ้นแท่นรอตำแหน่งอัลบัมยอดเยี่ยมประจำปีอีกหนึ่งครั้ง |