Megadeth
จากประมาณ 150 เพลงที่เขาแต่งไว้ มัสเตนเลือกมาได้เกือบ 12 เพลง ไม่ว่าไลน์อัปของ Megadeath ที่รู้จักกันดีจะไม่สามารถมาร่วมทำงานได้หรือไม่อยากมาก็ตาม นักร้องและมือกีตาร์ผู้โดดเดี่ยวคนนี้ก็ได้นำมือเบสจิมมี สโลว์สและมือกลองวินนี โคเลอตามาร่วมงาน อัลบัมนี้ร่วมโปรดิวซ์โดยเจฟฟ์ บอลดิงที่เคยเป็นให้กับ Cryptic Writings และ Risk เมื่อปี1999 มัสเตนบันทึกเสียงอัลบัมนี้ไปเรื่อยๆ วันละ 3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่ต้องคอยกังวลว่าคนอื่นๆจะผิดหวังถ้าไม่ฟังงานที่พวกเขาทำ เซอร์ไพรส์อย่างหนึ่งที่แฟนเพลง Megadeath จะได้พบก็คือการมาร่วมงานของมือกีตาร์คริส โปแลนด์ที่เคยมาเล่นในสองอัลบัมแรกและคราวนี้ก็มาช่วยทำในทุกเพลงใน The System Has Failed มัสเตนบอกว่า “เขาเป็นคนที่เยี่ยมมากๆ เขาเข้ามาแล้วก็ฟังอัลบัมนี้ ผมไม่รู้ว่าจะคาดหวังอะไรจากเขา ไม่นึกว่าเขาจะพูดว่า “ผมชอบงานนี้นะ” เพราะเขาทำงานฟิวชันแจ๊ซ แต่เขากลับชมผม เขาบอกว่าเป็นงานเหมือน Rust In Peace” Rust In Peace อัลบัมเมื่อปี1990 เป็นอัลบัมชุดที่ 4 ของ Megadeath และน่าจะเป็นอัลบัมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดหลังจาก Countdown To Extinction เมื่อปี 92 (ขึ้นอันดับ 2 บน Billboard’s Top 200) ซึ่งได้รับการยกย่องจากแฟนๆว่าเป็นมาตรฐานทอง สวนกระแสการตัดสินอัลบัมทุกชุดของ Megadeath จากความหนักหน่วง ความซับซ้อนและความสมบูรณ์ “ทุกคนอยากให้ผมทำ Rust In Peace 2 และผมก็ไม่คิดว่าผมทำได้” มัสเตนกล่าว “แต่ผมได้ทำอัลบัมที่มีการพัฒนาจาก Rust In Peace” | |
มัสเตนบอกว่า “หัวหน้าค่ายเพลงได้พูดสิ่งที่จุดประกายไฟในตัวผม เขาบอกว่าตอนคุณแต่ง Rust In Peace นั้น คุณเป็นเจ้าของเฮฟวีเมตัล ธงนั่นเป็นของคุณ ถึงเวลาแล้วที่คุณจะกลับไปถือธงนั่นอีกครั้ง ผมตื่นเต้นมากเพราะเชื่อว่าผมสามารถทำทุกอย่างได้ในงานชุดนี้” | |
หลังจากที่อัลบัม The System Has Failed ออกขายแล้ว มัสเตนก็จะพา Megadeath ออกทัวร์เป็นครั้งแรกใน3ปี แฟนเพลงคงจะได้เซอร์ไพรส์กับไลน์อัปในการทัวร์ มัสเตนกล่าวว่า “ผมแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้ไปทัวร์อีกครั้ง ท้ายที่สุดแล้วเพลงก็เป็นสูตรมากขึ้น เป็นอะไรที่เดาได้ ผมคาดหวังสิ่งที่เดาไม่ได้ และสนุกสนาน” ถึงระบบล้มเหลว แต่เดฟ มัสเตน และ Megadeath ก็ยังคงอยู่และเจิดจรัสต่อไป | |