Kelly Sweet

Jazz/Blues/Bossa
นักร้องสาวที่ได้รับการขนานนามให้เป็น ‘นอราห์ โจนส์ คนใหม่’ ของวงการดนตรี Kelly Sweet สาวเสียงสวยที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมากกับผลงานชุดแรกของเธอ We Are One และซิงเกิลแรกอันแสนสดใส Raincoat ที่ยอดเยี่ยมทั้งดนตรีและเสียงร้อง Kelly Sweet นั้นอยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่สามขวบ ความทรงจำแรกของเธอคือการร้องเพลง I Will Always Love you และเธอก็หลงใหลในการร้องเพลงมาโดยตลอด ด้วยน้ำเสียงที่มีเอกลักษณ์ เปี่ยมอารมณ์ และงดงามนุ่มนวล ทำให้เธอดึงดูดความสนใจของคนในวงการดนตรีและนักวิจารณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว จนนำมาสู่อัลบัมชุดแรกนี้ ซึ่งนอกจากจะมีเพลงเด่นอย่าง Raincoat แล้ว ยังมี We Are One และ Dream On (ที่คัฟเวอร์งานเพลงคลาสสิกของ Aerosmith) อีกด้วย

เกี่ยวกับศิลปิน
        นักร้องสาวที่ได้รับการขนานนามให้เป็น ‘นอราห์ โจนส์ คนใหม่’ ของวงการดนตรี Kelly Sweet สาวเสียงสวยวันเพียง 18 ปี ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมากกับผลงานชุดแรกของเธอ We Are One และซิงเกิลแรกอันแสนสดใส Raincoat ที่ยอดเยี่ยมทั้งดนตรีและเสียงร้อง

Kelly Sweet นั้นอยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่สามขวบ ความทรงจำแรกของเธอคือการร้องเพลง I Will Always Love you และเธอก็หลงใหลในการร้องเพลงมาโดยตลอด ด้วยน้ำเสียงที่มีเอกลักษณ์ เปี่ยมอารมณ์ และงดงามนุ่มนวล ทำให้เธอดึงดูดความสนใจของคนในวงการดนตรีและนักวิจารณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

                      
        เพียงช่วงเวลาสั้นๆ กับสวีตและดนตรีของเธอ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอสามารถสื่ออารมณ์ ความรู้สึก และจิตวิญญาณ ออกมาในการร้องเพลงได้อย่างเกินวัยของเธอ อันที่จริง สวีตมีอายุเพียงแค่สามขวบเท่านั้นตอนที่เธอรู้ตัวแล้วว่าเธอจะอุทิศชีวิตของเธอให้กับการทำงานดนตรี แต่ถึงแม้ว่าจะอายุเพียงน้อยนิด  เธอก็รู้แล้วว่าการร้องเพลงนั้นเป็นมากกว่าการเป็นที่ยอมรับและการได้รับความสนใจเท่านั้น

        “ความทรงจำแรกๆ ของฉันเกี่ยวกับดนตรี” เธอเล่า “คือตอนที่ฉันยืนอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ที่บ้านตอนสามขวบ กำลังร้องเพลง ‘I Will Always Love You’ ฉันรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าการร้องเพลงเป็นสิ่งที่ฉันต้องทำ มันเป็นเหมือนการกินและการหายใจสำหรับฉัน แต่มันก็เป็นอะไรที่มากกว่าการที่ผู้คนพากันปรบมือแล้วพูดว่า ‘โอ้ มันเยี่ยมมาก’ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ฉันได้รับเวลาที่ฉันร้องเพลง มันเป็นความอิสระและสงบสุขภายในตัวฉันเอง และฉันก็รู้สึกอยู่เสมอว่ามันเป็นเหมือนลิขิตของฉันที่ต้องทำการแบ่งปันความรู้สึกเช่นนั้นให้กับคนอื่นๆ บนโลก”

         มันอาจจะเป็นโชคชะตาด้วยที่สวีตนั้นเกิดมาในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี (ในเคปค็อด, แมสสาชูเสตต์ส) พ่อของเธอเป็นมือเปียโนแจ๊ซ ส่วนแม่ของเธอเป็นศิลปิน ทั้งสองหล่อหลอมความรักและความเคารพต่อดนตรีให้กับเธอตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่เลยด้วยซ้ำ “ฉันได้ยินเสียงดนตรีก่อนที่จะออกมาจากท้องแม่เสียอีก” สวีตหัวเราะ “พ่อฉันมักจะเล่นเปียโนอยู่เสมอ แล้วไม่กี่วันหลังจากที่ฉันคลอด แต่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล แม่ฉันก็เอาเฮดโฟนมาครอบหูฉัน... มันเป็นเสียงดีดเปียโนใสๆ น่ะ” เธอโตมากับเพลงสแตนดาร์ดแจ๊ซที่พ่อของเธอเล่น และไปนั่งข้างพ่อที่เปียโนเสมอเพื่อเรียนโน้ตดนตรีไม่นานหลังจากที่เธอเริ่มเดินเตาะแตะได้ หลังจากนั้น การแสดงต่อหน้าสาธารณะครั้งแรกก็ตามมาตอนที่เธออายุสี่ขวบ ที่ Cape Cod Conservatory “ฉันร้องเพลง ‘When You Wish Upon a Star’ และ ‘I’ve Got No Strings’ จาก Pinocchio” เธอพูด “พ่อเล่นเปียโนให้กับฉันด้วย ฉันตื่นเต้นมากๆ เลยละ”

          ตอนอายุ 7 ขวบ หลังจากที่พ่อแม่เธอแยกทางกัน สวีตกับแม่ย้ายไปยังแคแนบ ยูทาห์ “แม่ฉันอยากวาดภาพยูทาห์” เคลลีอธิบายถึงเมืองบ้านเกิดที่สองของเธอ “แคแนบเป็นเมืองที่ปลอดภัยมาก มีประชากรห้าพันคน มีไฟแดงแค่จุดเดียว ทุกคนรู้จักคุณ แม่ฉันชอบมันมากเลยละ” น่าแปลกที่เมืองทะเลทรายเล็กๆ อันไกลโพ้นทางตะวันตกเฉียงใต้นี้เองที่สวีตและแม่ของเธอเริ่มต้นเส้นทางนักร้องอาชีพอันรุ่งโรจน์ของเธอขึ้น ด้วยการฝึกฝนเป็นประจำกับโค้ชสอนการใช้เสียง สวีตลับฝีมือในการออกแสดงของเธอด้วยการร้องเพลงตามงานแฟร์ต่างๆ, งานประจำเขต และตามโรงละครชุมชน “ฉันพยายามที่จะไปให้ถึงระดับโลก” สวีตพูด “แต่ฉันก็รู้ดีว่าฉันต้องค่อยๆ เดินไปอย่างช้าๆ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็โผล่ออกมาแล้วได้เซ็นสัญญาเลยในทันที ฉันค่อยๆ พัฒนาตัวเองในฐานะศิลปิน เพื่อที่ฉันจะได้พร้อมเมื่อเวลานั้นมาถึง”

         เมื่อกลุ่มคนดูเริ่มใหญ่ขึ้น สวีตพยายามที่จะก้าวไปข้างหน้าเพิ่มมากขึ้น สวีตกับแม่จึงปล่อยบ้านใน ยูทาห์ให้คนเช่า แล้วออกเดินสายนานถึงสองปี โดยเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างแคแนบ, ลาสเวกัส และลอสแองเจลิส เพื่อตามหาโอกาสที่จะได้ขึ้นแสดง ในวัยไม่ถึง 14 ปีเธอก็ได้ร้องเปิดคอนเสิร์ตของ Kenny Loggins ตอนที่เขามาทัวร์ผ่านลาสเวกัส และเมื่อแม่ของเธอส่งซีดีการร้องของเคลลีไปให้ทีม Los Angeles Lakers ทางทีมก็จองตัวสวีตให้มาร้องเพลง National Anthem ถึงสามครั้งด้วยกัน

ด้วยความพยายามเหล่านั้น ในที่สุดก็ทำให้สวีตได้เข้าพบกับโปรดิวเซอร์ ผู้เรียบเรียง และนักแต่งเพลงที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ Mark Portmann (Josh Groban, Celine Dion) ในเดือนกรกฎาคม 2004 การพบกันครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของสวีตเลยทีเดียว เพราะนั่นคือจุดกำเนิดของอัลบั้ม “We Are One”
ศิลปิน Jazz/Blues/Bossa อื่นๆ ดูทั้งหมด

วินาทีเดียว , วัชราวลี , หนูเอาอยู่ , mv คำอธิฐานด้วยน้ำตา, ประวัติเอ๊ะ จิรากร , วัชราวลี, เพลงดินแดนแห่งความรัก , สายตายาว, ลูกอม, เพลงเบาเบา, 25 hours, เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม , เพลง ถนนบนต้นไม้ใหญ่ , เพลงของเลดี้กาก้าทั้งหมด , www.you2play.com, เนื้อเพลง คนที่แสนดี , you, เพลง คนที่แสนดี , lazy sunday 2, เพลงไม่มีตรงกลาง , เพลงเลดี้กาก้าทั้งหมด, เพลงรักเธอ24 , singular, you2play , เพลงคนที่แสนดี , คนที่แสนดี เนื้อเพลง , คำอธิษฐานด้วยน้ำตา, เพลง ถนนบนต้นไม้ใหญ่, เพลงเลดี้กาก้า , ฟังเพลงลูกอม, นิชคุณ, แต่ก่อนยังไงวันนี้ฉันยังคงเหมือนเดิม , ฟังเพลงลูกอม , เพลงเธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ , รัก 7 ปี ดี 7 หน, คนที่แสนดี, เนื้อเพลงคนที่แสนดี , คนที่แสนดี , เลดี้กาก้า, เพลงถนนบนต้นไม้ใหญ่ ,