พวกเขาทั้งสามคน ทอม ทิม และริชาร์ด เติบโตขึ้นมาด้วยกัน เรียนโรงเรียนเดียวกัน ในเมืองเล็กที่ชื่อว่า "แบทเทิล" ที่อยู่ทางตอนใต้ของอังกฤษ พวกเขาเริ่มสนใจดนตรีในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 ทิมเริ่มหัดเล่นเปียโนและแต่งเพลงด้วยตัวเองเพื่อที่จะนำไปเล่นกับเพื่อนๆ โดยได้ริชาร์ดมาร่วงวงในตำแหน่งมือกลอง ตามมาด้วยโดมินิกในตำแหน่งมือกีต้าร์และคนสุดท้ายคือทอมในตำแหน่งนักร้องนำ พวกเขาหัดเล่นดนตรีกันเองโดยไม่มีใครสอน ฝึกเล่นดนตรีกันเองอยู่นาน จนในปี 1999 พวกเขาย้ายเข้าไปที่ลอนดอนด้วยความหวังที่อยากจะเซ็นสัญญากับค่ายเพลงซักค่าย แต่มันไม่เป็นไปอย่างที่พวกเขาคาดหวังไว้ สองปีผ่านไป พวกเขาไม่ได้เซ็นสัญญากับค่ายใดๆเลย และโดมินิกก็ลาออกจากวง พวกเขาที่เหลือทั้งสามคนกลับบ้านด้วยความผิดหวัง วันหนึ่ง พวกเขามีโอกาสได้ไปทำเดโมกันที่ห้องอัดในฟาร์มแห่งหนึ่งที่ประเทศฝรั่งเศส พวกเขาลองลบไลน์ของเสียงกีต้าร์และแทนที่ด้วยเสียงคีย์บอร์ดและเปียโน พร้อมกับที่ทอมได้ค้นพบแนวการร้องเพลงในแบบที่เขาต้องการ พวกเขามุ่งหน้ากลับด้วยความตื่นเต้นที่อยากเล่นเพลงในรูปแบบใหม่ของพวกเขาให้คนอื่นๆฟัง ในเดือนมกราคม 2003 พวกเขาได้รับโอกาสในการสร้างผลงานกับค่ายเพลงอินดี้เล็กๆที่ชื่อ Fierce Panda หลังจากที่ตัวแทนของค่ายได้ดูพวกเขาแสดงที่ 12 Bar คลับในลอนดอน พวกเขากลับไปที่แบทเทิลและบันทึกเสียงเพลง Everybody's Changing ซึ่งต่อมากลายป็น Single of The Week ของคลื่น Radio 1 หลังจากที่ดีเจชื่อดัง Steve Lamacq นำเพลงของพวกเขาไปเปิด แผ่นทั้ง 500 แผ่นที่ตัดออกมาถูกขายจนหมด พวกเขาจึงเริ่มออกทัวร์ใน UK โดยรายได้ในแต่ละคืนก็ถูกนำไปใช้เป็นค่านำมันรถกับค่าอาหารในแต่ละวัน จนในที่สุด พวกเขาได้เซ็นกับค่ายเทปที่มีชื่อเสียง ที่ให้โอกาสพวกเขาได้สร้างสรรค์และแสดงออกทางดนตรีได้อย่างเต็มที่ พวกเขาได้ไปบันทึกเสียงกันที่สตูดิโอชื่อ Helioscentric และได้ร่วมงานกับ Andy Green จนในช่วงปลายปี 2003 อัลบั้มแรกของพวกเขาที่ชื่อ Hopes and Fears ก็เสร็จสิ้นและออกวางขายในเดือนพฤษภาคม ปี 2004 ตั้งแต่อัลบั้มออกวางขาย พวกเขาออกทัวร์ไปในที่ต่างๆมากมายทั้งในอังกฤษ อเมริกา เมกซิโก ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ยุโรป ได้ร่วมเล่นกับวง U2 และยังได้มีโอกาสเล่นในคอนเสิร์ตอย่าง Live 8 ด้วย อัลบั้ม Hopes and Fears ของพวกเขาขายได้ถึง 5 ล้านแผ่นทั่วโลก ได้รับรางวัลต่างๆมากมาย ทั้ง บริทอวอร์ด ในสาขา อัลบั้มยอดเยี่ยมและศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยมจากนิตยสาร Q Magazine โดยในระหว่างที่พวกเขาทัวร์คอนเสิร์ต พวกเขาจะแต่งเพลงเก็บไว้เรื่อยๆในระหว่างที่มีเวลาว่าง จนในเดือนตุลาคม 2005 พวกเขาได้เริ่มบันทึกเสียงอย่างจริงจังโดยยังร่วมงานกับ Andy Green เหมือนเดิมจนเสร็จสิ้นในธันวาคม อัลบั้มใหม่ชื่อ Under The Iron Sea บันทึกเสียงที่ The Magic Shop ในย่านโซโหของเมืองนิวยอร์ค แล้วจึงกลับมาบันทึกเสียงกันต่อที่สตูดิโอ Helioscentric ที่อยู่ใกล้ๆเมืองแบทเทิล โดยผลงานชุดใหม่นี้ พวกเขาพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความกลัวของพวกเขา การเปิดกว้างที่จะเข้าใจในกันและกัน ระหว่างผู้อื่นๆ และสิ่งต่างๆในโลก คล้ายกับท่องไปในดินแดนที่ดำมืดเท่าที่พวกเขาเคยพบมา ซาวด์ต่างๆโดยรวมของอัลบั้มนี้จะแสดงออกถึง ความเคร่งเครียด และความตั้งใจของพวกเขาระหว่างที่บันทึกเสียงอัลบั้มนี้ ความรู้สึกสับสนต่างถูกแสดงออกมา โดยเปรียบเหมือนสถานที่อันดำมืดที่อยู่ภายใต้ท้องทะเลที่ไม่สามารถทะลุทะลวงออกมาได้ โดยพวกเขาแสดงออกมาโดยใช้เสียงดนตรีในรูปแบบใหม่ จากเปียโนไฟฟ้าเก่าๆและเครื่องสังเคราะห์เสียงแบบอนาลอกผสมผสานไปกับเอฟเฟคของกีต้าร์แบบเก่า โดยพวกเขาตั้งใจที่สร้างซาวด์ให้แตกต่างจากอัลบั้มที่แล้ว พวกเขาสร้างอัลบั้ม Under The Iron Sea ออกมาเพราะพวกเขาต้องการอัลบั้มที่ทำให้พวกเขากลับมารู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยอัลบั้ม Under The Iron Sea ออกวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน ปี 2006 และขึ้นเป็นอันดับ 1 ใน UK Chart และ อันดับ 4 ใน US Billboard Chart ซึ่งอัลบั้มนี้ยังขายได้มากกว่า 2 ล้านแผ่นทั่วโลกและถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่อีกครั้ง กับเพลง Is It Any wonder?
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2006 คีนได้มาแสดงคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม Under The Iron Sea ในประเทศไทย ที่ อิมแพค อารีน่า โดยมีผู้เข้าชมประมาณ 6,300 คน ซึ่งนับเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2007 คีนออกทัวร์ไปทั่วโลก ทั้งในยุโรป อเมริกา และละตินอเมริกา ซึ่งคีนได้ปิดทัวร์คอนเสิร์ตสำหรับอัลบั้ม Under The Iron Sea ที่ O2 Arena ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2007 โดยมีผู้เข้าชมประมาณ 18,000 คน และคอนเสิร์ตในครั้งนั้นได้มีการบันทึกการแสดงสดออกจำหน่ายในรูปแบบ DVD ชื่อ "KEANE LIVE" ขณะนี้คีนกำลังอยู่ระหว่างการบันทึกเสียงในสตูดิโอสำหรับอัลบั้มที่สาม ซึ่งคาดว่าจะออกวางจำหน่ายในเดือนกันยายน ปี 2008 |