In Flames
เขาอยากทำดนตรีในแนวที่แตกต่าง เขาจึงไปรวมตัวกับ Johan Larsson และ Glen Ljungstrom เพื่อทำวง In Flames พวกเขาได้ทำเดโมแล้วส่งไปยังค่าย Wrong Again และได้เซ็นสัญญา เจ้าของค่ายนั้นชอบดนตรีของพวกเขามากจนต้องให้เซ็นสัญญาทางโทรศัพท์ วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็เริ่มต้นทำอัลบัม Lunar Strain ที่กลายประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการใต้ดิน สมาชิกวงนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คนที่เข้ามามีส่วนร่วมใน In Flames มาตั้งแต่แรกก็ได้แก่ Mikael Stanne และ Anders Jivarp (Dark Tranquillity), Anders Iwers (Tiamat), Jenke Forss (Dawn), Deniel Erlandsson (Eucharist, Arch Enemy) และอีกมากมาย ทางวงออกมินิ-ซีดีชื่อ Subterranean ที่กลายเป็นใบเบิกทางสำหรับ In Flames จนทำให้ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงเยอรมัน Nuclear Blast เพื่อทำอัลบัมชุดต่อมา ต่อมาทางวงก็เริ่มเบื่อกับการยืมสมาชิกวงอื่น และการแสดงสด พวกเขาเลยขอให้ Anders Friden และ Bjorn Gelotte เข้ามาร่วมในวงเพื่อร้องและตีกลอง ซึ่งพวกเขาก็ตกลง In Flames เลยได้มีไลน์อัปของวงจริงๆเป็นครั้งแรก พวกเขาบันทึกเสียงและออกอัลบัมมาอีก 1 ชุด The Jester Race ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั่วโลก และได้รับความสนใจอย่างมากในยุโรปและญี่ปุ่น พวกเขาได้เข้าร่วมในเทศกาลดนตรีกับ Samael, Grip Inc. และ Kreator การแสดงในตลอดปีต่อมาทำให้ Johan และ Glen รู้สึกว่าพวกเขาต้องเลือกทำอะไรที่สำคัญกว่า พวกเขาเลยประกาศลาออกหลังจากการบันทึกเสียง Whoracle ในวงจึงเหลือแค่ Jesper และ Anders ที่ต้องทำอัลบัมต่อ โชคดีที่พวกเขารู้จักกับ Peter Iwers และ Niklas Engelin ที่บังเอิญเล่นเบสและกีตาร์ได้ พวกเขามาช่วยในการบันทึกเสียงและในมินิทัวร์กับ Dimmu Borgir ทั้งหมดเป็นไปด้วยดี ทางวงจึงขอให้พวกเขาอยู่ในวงต่อไป และพวกเขาก็ตกลง ทางวงได้ทัวร์ในยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี พอกลับมาที่สวีเดน Niklas ก็ลาออกเนื่องจากความเห็นที่ต่างกัน และเขาก็อย่างไปตั้งใจทำ Gardenian ที่เป็นอีกวงของเขามากกว่า In Flames จึงต้องเปลี่ยนตำแหน่ง Bjorn จากกลองมาเป็นกีตาร์ และเอา Daniel Svensson (Sacrilige) เข้ามาเล่นกลอง และทางวงก็มีอัลบัม Colony ออกมา ซึ่งเป็นอัลบัมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด พวกเขาได้ไปทัวร์รอบโลก ทั้งในยุโรป อเมริกาและญี่ปุ่น และนี่ก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับ In Flames ในเดือนสิงหาคมปี2000 หลังจากการทัวร์หลายปี ทางวงก็ออก Clayman ที่ใช้เวลาในสตูดิโอทำ 3 เดือน อัลบัมนี้ทำยอดขายถล่มทลายในเวลาไม่กี่เดือน หลังจากเข้าร่วมเทศกาลกับวงอย่าง Dream Theater, Slipknot, Testament, Method Of Mayhem แล้ว ทางวงก็ตั้งใจทัวร์รอบโลกเหมือนปีที่ผ่านมา เพียงแต่ครวนี้จะไปหลายที่ขึ้นและมีคนดูมากขึ้น ในญี่ปุ่น Jesper ได้รับรางวัลจาก Burrn! ว่าเป็นนักแต่งเพลงยอดเยี่ยมประจำปี ทัวร์นั้นยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างสูงตามความคาดหมาย Peter Iwers ไม่ได้มาร่วมในทัวร์นี้เพราะภรรยาของเขาเพิ่งคลอดลูกสาว แต่เขาก็มาร่วมในการทัวร์สแกนดิเนเวีย ทางวงแทนที่เขาด้วย Dick Lowgren จาก Armageddon รวมๆแล้วในปีนี้ In Flames ขึ้นโชว์ไป 150 ครั้ง ในปี2001 Peter ก็กลับเข้ามาร่วมในโชว์ที่สวีเดนหลายครั้ง รวมถึงงานที่กอเธนเบิร์ก ที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ 4 ช่องและวิทยุด้วย ต่อมาทางวงก็เข้าร่วมเทศกาลฤดูร้อนอย่าง Wacken Open Air, Rock Machina และอื่นๆ พร้อมกับออกอัลบัม Tokyo Showdown ก่อนที่จะไปทัวร์อเมริกาอีกครั้ง แล้วทางวงก็ทำอัลบัมอีกชุด Soundtrack To Your Escape คราวนี้ไปทำในสถานที่ใหม่ Dug-Out Studio พร้อมกับโปรดิวเซอร์คนใหม่ Daniel Bergstrand จนได้อัลบัม Reroute To Remain ออกมา ความดีของอัลบัมนี้ทำให้ทางวงได้ทัวร์มากขึ้นและได้รับการสนับสนุนมากขึ้น รวมถึงได้เล่นกับ Slipknot, Mudvayne, Soulfly และ Slayer นอกจากนั้นยังได้เล่นแทน Linkin Park ในเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน Hultsfred การทำอัลบัมใหม่เริ่มขึ้นในปี2003 พวกเขาเช่าบ้านหลังเล็กๆในเดนมาร์กเพื่อทำพรี-โปรดักชัน ความคิดนี้เกิดมาจากการทำอัลบัมที่แล้ว แต่คราวนี้พวกเขาอยากไปไกลๆจากสีเดน เพื่อป้องกันการสิ่งรบกวนสมาธิ ผลที่ได้ก็คือเพลง 11 เพลงและอีก 2 เพลงที่ได้มาจากตอนที่บันทึกเสียง แม้ว่าคราวนี้พวกเขาจะย้ายอุปกรณ์ไปในบ้านที่ใหญ่กว่าในเดนมาร์ก เพื่อทำการบันทึกเสียงก็ตาม มีแต่เสียงกลองเท่านั้นที่ได้อัดที่สตูดิโอ Dug-Out เหมือนในอัลบัมที่ผ่านมา กับโปรดิวเซอร์คนเดิมอย่าง Daniel Bergstrand และ Orjan Ornkloo อัลบัมนี้ก็คงจะทำให้ทางวงได้ทัวร์รอบโลกอีกครั้งแน่นอน |