GR9 (จีอาร์นายน์) are : ร้องนำ: ทรงลักษณ์ มากมี (โจ้) กีตาร์: ณัฐธวัช แก้วมณี (เต๋า) คีย์บอร์ด: พยนต์ เพิ่มสิทธิ์ (เดี่ยว) เบส: นพกาญจน์ แฟงเอม (บี) กลอง: ธนู จุ้ยนุช (ไก่) เทอร์นเทเบิลลิสต์: จอนอมรินทร์ วรบุตร (จอน)
 |
| GR9 เริ่มต้นขึ้นที่ห้องบันทึกเสียงออร์เรนจ์มิวสิค (Orange Music) ในช่วงปี 2537 โดยเริ่มจากการที่เดี่ยวได้มารู้จักกับเต๋าเมื่อตอนมาทำงานที่นั่น |
| เดี่ยวเริ่มเล่นดนตรีมาตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นมัธยม เขาเข้าร่วมวงโยธวาทิตของโรงเรียน เพราะรู้สึกชอบการทำงานเป็นทีม เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เขาเล่นก็คือแคลริเน็ต (Clarinet) ประสบการณ์ที่ได้จากการประกวดวงโยธวาทิตหลายครั้งในต่างประเทศ ทำให้เขาเกิดความมุ่งมั่นที่จะเอาดีทางดนตรี การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตเดี่ยวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเปลี่ยนจากการเล่นเครื่องเป่ามาเป็นเปียโน แล้วการเป็นนักดนตรีอาชีพของเขาก็เริ่มขึ้น ไม่นานนักก็ได้เจอกับวงตาวัน ซึ่งเป็นวงดนตรีในดวงใจของเขามาโดยตลอด ต่อมมาจึงได้ไปทำงานที่ Orange Music ในฐานะนักแต่งเพลง เขาจึงได้พบกับเต๋า |
| เต๋าเริ่มต้นเล่นกีตาร์ครั้งแรก หลังจากที่ได้ยินวงเนอร์วาน่า (Nirvana) เล่นเพลงสเมลส์ ไลค์ ทีน สปิริต Smells Like Teen Spirit เขาเล่นดนตรีในแบบกรันจ์มาเรื่อยๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป บวกกับประสบการณ์จากการเป็นมือกีตาร์ในห้องอัดเสียงและนักแต่งเพลง เต๋าจึงค้นพบทางเดินของตัวเอง ศิลปินส่วนใหญ่ที่เต๋าชื่นชอบนั้นเป็นศิลปินแนวร็อคอย่างไนน์ อินช์ เนล (Nine Inch Nail) และแมริลีน แมนสัน (Marilyn Manson) เป็นต้น |
| โจ้เข้าสู่ดนตรีเมื่อตอนอยู่มหาวิทยาลัย เขาได้ร้องเพลงต่อหน้าคนหมู่มากเป็นครั้งแรกตอนประกวดร้องเพลงโค้ก มิวสิก อวอร์ด (Coke Music Award) สาเหตุที่เข้าประกวดนั้นเพียงเพราะได้รับคำท้าจากเพื่อน แต่นั่นกลับกลายเป็นผลดี เพราะเขาได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ด้วยความอยากเป็นนักร้อง โจ้จึงไปสมัครที่บริษัทโพลีแกรม (Polygram) และเกือบจะได้เป็นศิลปินที่นั่น แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นเสียก่อน โจ้จึงไปร้องเพลงประกอบโฆษณาแทน ก่อนจะมาเข้าทำงานที่ Orange Music และได้สนิทสนมกับเต๋าและเดี่ยว ทั้งหมดก็เห็นพ้องกันว่าควรจะมาทำวงกัน |
| การทำงานร่วมกันของพวกเขาเริ่มจากการทำงานเบื้องหลังในฐานะนักแต่งให้กับศิลปินต่างๆรวมถึงการผลิตงานในรูปแบบต่างๆที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบรายการโทรทัศน์ เพลงประกอบโฆษณา เพลงประกอบละคร ไปจนถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ พร้อมกันนั้นก็ได้แต่งเพลงของวงไปด้วย ต่อมาไม่นานทั้งโจ้, เต๋าและเดี่ยวต่างก็มีความรู้สึกว่าถ้าอยากสร้างสรรค์งานเพลงให้มีคุณภาพและพลังมากกว่านี้ พวกเขาควรจะหาสมาชิกวงเพิ่ม จึงไปชักชวนนักดนตรีที่เคยร่วมงานกันมาก่อนอย่างบีและไก่มาร่วมวง |
| บีเล่นดนตรีเป็นโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความที่พี่ชายมีวงของตัวเอง เขาจึงได้เรียนรู้การเล่นเบสจากคนในวงมาตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถม ต่อมาการเล่นเป็นก็กลายมาเป็นความชอบและนำไปสู่ความอยากเล่น เขาจึงทำวงดนตรี 2 ชิ้นร่วมกับเพื่อน เมื่อฝึกฝนฝีมือเบสด้วยตัวเองจนมั่นใจแล้ว บีก็ได้เข้าร่วมประกวดวงดนตรีหลายครั้ง แม้จะตกรอบบ้าง เข้ารอบบ้าง แต่ก็ไม่เคยท้อถอย เมื่อจบมัธยมปลาย เขาจึงไปเล่นดนตรีที่ร็อคผับ (Rock Pub) โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงวิซาร์ด (Wizard) แต่ไม่นานก็ลาออกจากวง เพื่อมาเป็นนักดนตรีแบ๊คอัพ จึงได้มาเจอเต๋า |
| ส่วนไก่เริ่มเป็นมือกลองเพราะได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากพ่อ ซึ่งเป็นมือกลองเหมือนกัน การเป็นมือกลองของไก่เริ่มต้นจากการเล่นให้งานโรงเรียน ก่อนจะมาเป็นนักดนตรีอาชีพในช่วงมัธยมต้น ในที่สุดเขาก็ได้ตีกลองแทนพ่อ ต่อมาในปี 2535 เขาก็ได้มาเป็นสมาชิกวงร็อคชื่อดังวงหนึ่งของไทยอย่างวายน็อตเซเว่น (Y Not 7) ซึ่งในตอนนั้นยังเล่นดนตรีกันภายใต้ชื่ออื่น พวกเขาตระเวณเล่นดนตรีตามผับได้ไม่นาน ก็ได้รับข้อเสนอให้ทำอัลบัมในปลายปี 2537 ในนาม Y Not 7 ไก่เป็นมือกลองให้วายน็อตเซเว่นทั้ง 5 อัลบั้ม และเมื่อวงนี้สลายตัวไปตามกาลเวลา ไก่ก็ได้มารู้จักกับเต๋า ก่อนจะเข้าเป็นสมาชิกของแบล๊คเฮด (Black Head) และหลังจากทำงาน 1 ชุดกับ Black Head ไก่ก็ได้รับการทาบทามให้มาเป็นมือกลองของ GR9 |
| สมาชิกคนสุดท้ายของ GR9 ก็คือจอน ที่คลุกคลีอยู่กับดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อของเขาทำงานเกี่ยวกับห้องอัดเสียง จอนเริ่มเล่นกลองเมื่ออายุ 7 ขวบ ต่อมาก็คิดอยากเล่นกีตาร์ แต่ก็ไม่ได้เริ่มเล่นสักทีเพราะไม่มีกีตาร์ จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนก็หากีตาร์มาให้ เขาจึงเริ่มเล่นกีตาร์ด้วยเพลงของวงอย่างกรีนเดย์ (Green Day) ไปจนถึงจิมี่ เฮนดริกซ์ ( Jimi Hendrix) จากนั้นก็ได้ฟอร์มวงดนตรี 3 ชิ้นกับเพื่อนๆ วงของพวกเขาเกือบจะได้ทำอัลบัมแล้ว แต่ก็มีปัญหาเสียก่อน วงจึงยุบไป จอนจึงไปเล่นสดตามงานทั่วๆไป ในช่วงมัธยมจอนก็ได้หัดเป่าแซกโซโฟน เพื่อเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงไอเอ (I.A.) หลังจากนั้นจอนก็หันมาฝึกเปิดแผ่น ในช่วงนี้ดนตรีอิเลกทรอนิกา (Electronica) มีอิทธิพลอย่างมากต่อชีวิตของเขา ในที่สุดจอนก็ยึดอาชีพดีเจตามร้านต่างๆ อยู่มาวันหนึ่งขณะที่เขากำลังซ้อมมิกซ์แผ่นอยู่ที่ Orange Music เขาก็ได้รู้จักกับเต๋า และถูกชวนให้มาเป็นเทอร์นเทเบิลลิสต์ของ GR9 ทั้ง 6 คนจึงได้มาทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรกในอัลบัมแรกที่มีชื่อว่า “เจียระไน” |
| ก่อนหน้าที่จะมีอัลบั้มนี้ทางวงได้ทำเพลง ดอกไม้ไปไหน ไว้ในอัลบัม ดอกไม้ไปไหน : The Butterfly Revolution มาก่อนแล้ว และในอัลบัมดังกล่าวโจ้ยังได้เป็นแขกรับเชิญไปร้องนำในเพลง เวลาในขวดแก้ว ของ FrontMan-Jakk (ฟร้อนท์แมน-แจ๊ค) อีกด้วย ชื่อ GR9 มาจากคำว่า “เจียระไน” ซึ่งเป็นชื่อที่โจ้คิดขึ้นมา ดนตรีในอัลบัมแรกของ GR9 นี้ เป็นงานที่ออกมาโดยธรรมชาติ เป็นการผสมผสานความชอบส่วนตัวทางดนตรีของสมาชิกแต่ละคน ให้ออกมาเป็นสไตล์ของพวกเขาเอง ไม่มีการกำหนดแบบแผนตายตัวไว้ล่วงหน้า พื้นฐานของงานอัลบัมนี้เป็นร็อค แต่มีความดิบในเนื้อหาแบบพั้งค์อยู่เยอะ ซึ่งทางวงได้ให้คำนิยามงานของพวกเขาว่าเป็นพั้งค์-ร็อค ในแบบของพวกเขาเอง นอกจากนี้เนื้อ เพลงแต่ละเพลงก็ล้วนมาจากประสบการณ์ และมุมมองชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้งานของพวกเขามีความแตกต่างอย่างชัดเจน จะเห็นได้จากการที่โจ้รับหน้าที่แต่งเนื้อร้องถึง 7 เพลงในอัลบั้มนี้ แม้ว่านี่จะเป็นการทำงานครั้งแรกร่วมกันของทั้ง 6 คน แต่ทางวงก็สามารถผสมผสานความถนัดของแต่ละคนได้อย่างพอเหมาะ จนได้ออกมาเป็นงานที่ลงตัว และความใฝ่ฝันของวงก็คือการได้นำเสนอเพลงของวงผ่านการแสดงสดที่มีพลังให้คนหมู่มากได้ฟัง |