เอริก จอห์นสัน
เอริก จอห์นสัน นั้นได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกีตาร์ฮีโรที่ฝีมือดีที่สุดตลอดกาล แต่เส้นทางของเขานั้นเต็มไปด้วยความพลิกผัน เขาประสบความสำเร็จทั้งในส่วนของเสียงวิจารณ์และยอดขาย คว้ารางวัลแกรมมี่มาครอง ได้รับการยกย่องจากผองเพื่อนนักดนตรีและคนที่รักดนตรีทั่วหล้า อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของเขาในฐานะของมือกีตาร์, นักร้อง, มือคีย์บอร์ด, นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์นั้นไม่ “ธรรมดา” แต่เป็นการเดินทางนานสามทศวรรษที่นำเขามาสู่อัลบัม 'Bloom'
'Bloom' ประกอบไปด้วย 16 เพลงใหม่หลากสไตล์ ตามแบบที่อัลบัมเดี่ยวของจอห์นสันมักจะเป็น เขาเป็นหนึ่งในนักดนตรีไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านเสียงวิจารณ์และยอดขายในการทำเช่นนี้ เพลงร็อคแอนด์โรลสุดมัน "Summer Jam" ที่เข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกับเพลงคัฟเวอร์ของบ๊อบ ดีแลน "My Back Pages", เพลงหลอนๆ "Sea Secret", เนื้อเพลงที่แปลกใหม่ "Sad Legacy" และคันทรีแจมสุดมัน "Tribute to Jerry Reed" พรสวรรค์อันน่าทึ่งของเขาในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ บวกกับเทคนิคกีตาร์อันเหนือชั้น เติบโตขึ้นอีกมากในอัลบัมนี้
จอห์นสันนั้นเกิดและโตที่ออสติน เท็กซัส ซึ่งเต็มไปด้วยแนวดนตรีบลูส์และคันทรี แต่ดนตรีของจอห์นสันนั้นสะท้อนถึงอิทธิพลดนตรีที่กว้างกว่านั้น โดยเฉพาะป๊อป, ร็อค และแจ๊ซ/ฟิวชัน อัลบัมของเขามักจะแบ่งส่วนที่เป็นเพลงบรรเลงและเพลงร้องไว้ได้อย่างสมดุลและบ่งบอกถึงความสนใจทางดนตรีของเขาอย่างชัดเจน
พอจอห์นสันย่างเข้าวัยรุ่น เขาก็สร้างความฮือฮาขึ้นในแวดวงดนตรีของออสติน ในวัย 16 เขาเป็นสมาชิกวง Mariani แล้วพออายุ 21 เขาก็เป็นสมาชิกของ Electromagnets วงแจ๊ซร็อคที่มีสาวกติดตามอย่างเหนียวแน่น
เขาบันทึกเสียงอัลบัมแรก 'Seven Worlds' ระหว่างปี 1976 และ 1978 แต่ไม่ได้ออกจำหน่ายจนกระทั่งปี 1998 โดยค่าย Ark 21 นำอัลบัมนี้มาออกโดยได้รับความเห็นชอบจากจอห์นสัน
ชื่อเสียงของจอห์นสันเริ่มขจรขจายในช่วงปลายยุค 1970s และต้นยุค 1980s อันนำไปสู่งานเซสชันกับศิลปินอย่าง แคต สตีเวนส์, แคโรล คิง และคริสโตเฟอร์ ครอส อันที่จริง เขาเล่นในอัลบัม ‘Christopher Cross’ ที่กวาดรางวัลเป็นว่าเล่นในปี 1980 อีกด้วย
หนึ่งในโอกาสสำคัญของจอห์นสันคือการแสดงในรายการทีวี 'Austin City Limits' ของ PBS ในปี 1984 ว่ากันว่าปรินซ์ได้ดูการแสดงของจอห์นสันและแนะนำเขาให้กับต้นสังกัดของเขาในตอนนั้น คือ Warner Bros. Records. สังกัดย่อยของ Warner ได้แก่ Reprise Records เซ็นสัญญากับจอห์นสัน แล้วอัลบัม 'Tones' ก็ออกวางตลาดในปี 1986 Wendy and Lisa ซึ่งเป็นศิลปินในสังกัดของปรินซ์ ยังมาร้องแบ๊กอัปให้ในอัลบัมนี้แบบไม่เอาเครดิตอีกด้วย เพลง "Zap" ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขา Best Rock Instrumental แล้วในตอนนั้น จอห์นสันก็ได้ขึ้นปกนิตยสารกีตาร์ต่างๆ อยู่เป็นประจำแล้ว ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
จอห์นสันแจ้งเกิดในวงกว้างจากอัลบัม 'Ah Via Musicom' ในปี 1990 เพลงบรรเลงชั้นเยี่ยม "Cliffs of Dover" ถูกเปิดทางวิทยุเป็นวงกว้าง อัลบัมที่ขายในระดับแพลตตินั่มนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแกรมมี่ และ "Cliffs of Dover" ก็ทำให้จอห์นสันคว้ารางวัลแกรมมี่สาขา Best Rock Instrumental มาได้ เหนือผู้ได้รับเสนอชื่ออย่าง the Allman Brothers Band, Danny Gatton, Rush และ Yes เพลงบรรเลงอันแสนนุ่มนวล "Trademark" ถือเป็นอีกไฮไลต์หนึ่ง 'Ah Via Musicom' ทำให้จอห์นสันกลายเป็นศิลปินคนแรกที่มีเพลงบรรเลงสามเพลงจากอัลบัมเดียวขึ้นถึง Top 10 ในทุกๆ ฟอร์แมต เขาใช้เวลาสามปีออกทัวร์เพื่อสนับสนุน 'Ah Via Musicom' และออกทัวร์กับบี.บี. คิง รวมถึงไปเล่นในอัลบัมของเช็ต แอตกินส์ และดวีซิล แซปปา ด้วย
ในปี 1996 จอห์นสันกลับมาพร้อมอัลบัม 'Venus Isle' เพลงเด่นจากชุดนี้ได้แก่ "S.R.V." (งานทริบิวต์ให้กับตำนานกีตาร์ชาวเท็กซัสผู้ล่วงลับ สตีวี เรย์ วอห์น) และ "Manhattan" อัลบัมนี้แสดงถึงความเติบโตของจอห์นสันในฐานะนักแต่งเพลง, โปรดิวเซอร์, นักร้อง และมือคีย์บอร์ด เขาโปรโมตอัลบัมนี้ด้วยการทัวร์ G3 ครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จยิ่ง ซึ่เงขาออกแสดงร่วมกับเซียนกีตาร์ โจ แซทริอานี และสตีฟ ไว อัลบัมแสดงสดและวิดีโอ 'G3 Live in Concert' ตามมาในปี 1997 ก่อนที่ดีวีดีถูกผลิตตามออกมาในสามปีให้หลัง
หนึ่งในไซด์โปรเจ็กต์สุดโปรดของจอห์นสัน นอกจากอัลบัมของเขาเองและการเป็นแขกรับเชิญในอัลบัมของศิลปินคนอื่นๆ คือวงบลูส์ทริโอ Alien Love Child อัลบัมในปี 2000 'Live and Beyond' เป็นโปรเจ็กต์แรกของจอห์นสันกับทางค่าย Favored Nations ของสตีฟ ไว บทเพลง "Rain" ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขา Best Pop Instrumental อีกด้วย
2002 เป็นปีที่อัลบัม 'Souvenir' ออกวางตลาด มันเป็นอัลบัมที่รวบรวมเดโมที่ไม่เคยอยู่ในงานชุดไหน, เอาตืเทก และการแสดงสดที่ครอบคลุมเส้นทางอาชีพของเขา มันมีขายเฉพาะทาง www.ericjohnson.com และในการแสดงของเขาเท่านั้น
จอห์นสันทำให้แฟนๆ ประหลาดใจอีกครั้งด้วยทัวร์อะคูสติกของเขาในปี 2004 ที่เขาโชว์ทักษะการเล่นกีตาร์อะคูสติกและเปียโน เขาได้รับเกียรติจาก Martin Guitars โดยผลิตกีตาร์อะคูสติกรุ่นเฉพาะของเขาออกมา ในฤดูร้อนนั้น เขาถูกเอริก แคลปตัน เชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของ Crossroads Guitar Festival ด้วย
ตัวเก็งในงาน Austin Music Awards จอห์นสันและสมาชิกวงของเขาคว้ารางวัลมาเพียบในเดือนมีนาคม 2005 จากผลงานในช่วงปี 2004-05 จอห์นสันคว้ารางวัล Austin Musician of the Year, Best Electric Guitarist และ Best Acoustic Guitarist รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขานักร้องชาย, มือคีย์อร์ด และนักแต่งเพลงด้วย คริส มาเรช ได้รับรางวัล Best Bassist ส่วนทอมมี เทย์เลอร์ได้รับรางวัล Best Drummer
การออกอัลบัม 'Bloom' และการทัวร์ที่ตามมานั้นถือเป็นไฮไลต์สำคัญของปี 2005 สำหรับจอห์นสัน แต่ปีนั้นเริ่มต้นได้อย่างงดงามด้วยการร่วมมือกับ Fender ในงานเทรดโชว์ NAMM ในแอนาไฮม์ แคลิฟอร์เนีย เพื่อเปิดตัวกีตาร์ไฟฟ้า Fender Stratocaster รุ่นเฉพาะของเขาเอง