ชัย นาทวี

Country/Folk
“ชัย นาทวี” มีชื่อจริงว่า นายวิชัย วรรณทอง เป็นคน อ.นาทวี จ.สงขลาโดยกำเนิด เกิดวันที่ 5 สิงหาคม เป็นบุตรของนางนิยม ทองจีน และนายอุดมศักดิ์ วรรณทอง ซึ่งมีอาชีพทำสวนยางพารา คลุกคลีกับดนตรี และชอบการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณตาเป็นนายหนังตะลุงเก่า และในตอนเด็กข้าง ๆ บ้านที่อาศัยอยู่ มีการทำวงดนตรี ซึ่งการมีวงดนตรีนั้นต้องมีการซ้อมกันบ่อย ๆ อ่านต่อ
เกี่ยวกับศิลปิน

 “ชัย  นาทวี”  มีชื่อจริงว่า นายวิชัย  วรรณทอง เป็นคน อ.นาทวี จ.สงขลาโดยกำเนิด เกิดวันที่ 5 สิงหาคม เป็นบุตรของนางนิยม ทองจีน และนายอุดมศักดิ์ วรรณทอง ซึ่งมีอาชีพทำสวนยางพารา 

        คลุกคลีกับดนตรี และชอบการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณตาเป็นนายหนังตะลุงเก่า และในตอนเด็กข้าง ๆ บ้านที่อาศัยอยู่  มีการทำวงดนตรี   ซึ่งการมีวงดนตรีนั้นต้องมีการซ้อมกันบ่อย ๆ    ทำให้ชัยไปร่วมซ้อมร้องเพลงด้วย  ซึ่งตอนนั้น อายุ 6 ขวบ และได้ร่วมร้องกับวงเวลามีงานต่างๆ เช่น งานวัด งานโรงเรียน งานบวช งานแต่งงาน   ได้เงินมาเป็นค่าขนมไปโรงเรียนครั้งละ 50-200 บาท พอเข้าโรงเรียนก็ได้ประกวดร้องเพลงมาโดยตลอด ทั้งระดับโรงเรียน หรือที่ภายนอกจัดขึ้นในอำเภอ และจังหวัด ได้รับรางวัลต่างๆบ้าง หรือบางครั้งก็ไม่ได้

        พ.ศ.  2534  ได้เข้าร่วมการประกวดร้องเพลงยุวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2โดยการสนับสนุนของ   อ.ธรรมนิตย์     นิคมรัตน์ (ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนรำมโนราห์ ในคณะนาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา) ที่จัดขึ้นโดยบริษัทดนตรีสยามกลการ โดยได้ผ่านเข้ารอบคัดเลือก 60 คน จากผู้สมัคร 4,109 คน

        ในช่วงมัธยมต้นได้ร่วมก่อตั้งชมรมและวงดนตรีประจำโรงเรียนโดยได้เป็นนักร้องนำประจำวงและก็ยังตระเวนประกวดร้องเพลงอยู่เสมอ และได้รางวัลชนะเลิศเป็นแชมป์ระดับภาคใต้ ในการประกวดร้องเพลงประเภทลูกทุ่ง-ลูกกรุง รุ่นเยาวชน ในงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ภาคใต้ จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (ขณะนั้นยังเป็นวิทยาลัยครูและสถาบันราชภัฏ) 2 ปีซ้อน คือในปี   พ.ศ.   2537   และ  พ.ศ.   2538

        เริ่มหัดเล่นและฝึกฝนการเล่นกีตาร์แบบจริงจังตอนอายุ 15 ปี จนขึ้นมัธยมปลายก็ได้เข้าร่วมแข่งขันการประกวดวงดนตรีโฟล์คซองทั้งระดับโรงเรียนและภายนอกจัดขึ้น มีทั้งได้รางวัลและไม่ได้

        ในพ.ศ.2543  ได้รางวัลชนะเลิศการประกวดวงดนตรีโฟล์คซอง   ประเภทบุคคลทั่วไป ในโครงการดนตรีประสานใจ ต้านภัยยาเสพติด จัดขึ้นโดยบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

        ในขณะเดียวกันนี้ ชัย นาทวี ก็ยังเล่นดนตรีตอนกลางคืนตามผับและร้านอาหารเพื่อชีวิต ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นม.ปลายจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ควบคู่กันไปอีกด้วย จนทำให้เกือบโดนรีไทร์ในขณะที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 เนื่องจากไม่มีเวลาเรียนและอ่านหนังสือ แต่ก็ยังเอาตัวรอดเรียนจบมาจนได้อย่างทุลักทุเล

        ขณะที่เรียนอยู่ปริญญาตรีก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางชมรมต่างๆจัดขึ้น เช่น ชมรมอาสาพัฒนาชนบท ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชมรมหนังสือและวรรณกรรม เป็นต้น โดยให้ความช่วยเหลือในเรื่องดนตรี เล่นดนตรีเปิดหมวกเพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือกิจกรรมด้านการกุศล หรือช่วยเหลือจัดการเวลาที่เชิญศิลปินต่างๆมาร่วมแสดงในงานกิจกรรมที่จัดขึ้น

        และเมื่อมีเวลาก็ได้เขียนเพลงเก็บไว้แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสนำมาเล่นหรือร้องที่ไหนเลย เช่น  “เพลงตะวันลับที่เลโคลน” จนกระทั่งเรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ก็ได้เดินทางมาหางานทำในกรุงเทพฯ ในขณะที่หางานทำอยู่ 3 เดือน ก็ได้หาร้านเล่นดนตรีแถวย่านบางกะปิ และได้พักอาศัยอยู่กับพรรคพวกเพื่อนฝูงที่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง (เป็นส่วนใหญ่) จนกระทั่งได้เข้าทำงานในบริษัทผลิตยางรถยนต์แห่งหนึ่งก็ไม่ได้เล่นดนตรีอีกเลย แต่ก็ยังเขียนเพลงอยู่เรื่อยๆยามมีเวลา

        หลังจากทำงานอยู่ 4 ปี ก็ถึงจุดอิ่มตัว จึงตัดสินใจยื่นใบลาออก แล้วเดินออกมาทั้งที่มีเงินในกระเป๋าไม่ถึง 200 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับงานที่ทำ และอยากกลับไปอยู่ใกล้ๆบ้าน

        แต่ให้หลังอีกวัน พี่ฤกษ์(ลุงโจ) ซึ่งเป็นหัวหน้าเก่าที่ได้ลาออกไปก่อนหน้า และรักใคร่นับถือนิสัยกันเป็นการส่วนตัวได้ติดต่อชักชวนให้ทำอัลบั้มเพลงโดยจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ ซึ่งจะทำเองขายเองแบบใต้ดิน จนได้มาเจอและรู้จักเป็นการส่วนตัวกับพี่ติ๊ก สันกาลา (พรชัย ทัดละม่อม) โดยการแนะนำของพี่โด่ง DJ sweet team และได้ทำจนครบทั้งอัลบั้ม ทั้งได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำให้ลองเสนอค่ายเพลง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากหลายค่าย จนกระทั่งได้การตอบรับจากค่ายเพลง  Platinum   ที่ได้พี่สมบัติ แห่งคลื่นใจมวลชน 88.25    MHz.   ช่วยเป็นธุระช่วยเหลือจัดการให้ ขอเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายให้ จึงได้เกิดเป็นอัลบั้ม “สุดยอดทางพร้าว” แนวเพลงเพื่อชีวิตรุ่นใหม่ที่มีมุมมองสะท้อนสังคมใกล้ตัว ด้วยกลิ่นไอของไลน์ดนตรีสไตล์คันทรี่โฟล์คร็อค ที่เจียระไนโดยติ๊ก สันกาลา ท่ามกลางกระแสแนวเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้นในปัจจุบัน

ศิลปิน Country/Folk อื่นๆ ดูทั้งหมด