Bobby Swingers

Pop
เรื่องราวเกี่ยวกับ บ็อบบี้ สวิงเกอรส์ นั้น ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปแน่ชัดถึงรายละเอียดหรือแหล่งที่มาอันแน่ชัด ผู้คนแต่ละกลุ่ม มักจะมีความเชื่อและเรื่องเล่าเกี่ยวกับบ็อบบี้ที่แตกต่างกันไป เช่น กลุ่มนักดนตรีพังค์ ก็จะมีความเชื่อแบบหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับบางบทบางตอนในประวัติศาสตร์ดนตรีพังค์ ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มผู้นิยมศิลปะแบบ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส หรือ กลุ่มนักศึกษาศิลปะโบฮีเมี่ยน ก็จะมีความเชื่อเกี่ยวกับบ็อบบี้ในอีกรูปแบบหนึ่ง อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเชื่อที่แตกต่างกันนั้นก็ยังมีหลายสิ่งซึ่งเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของบ็อบบี้ สวิงเกอร์ส และ หญิงสาวของ บ็อบบี้ที่มีชื่อว่า ดูมมี่ สวิงเกอร์ส อ่านต่อ
เกี่ยวกับศิลปิน

                                              BOBBY  SWINGERS
                                                   Tales & truth


                     

        เรื่องราวเกี่ยวกับ บ็อบบี้ สวิงเกอรส์ นั้น ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปแน่ชัดถึงรายละเอียดหรือแหล่งที่มาอันแน่ชัด  ผู้คนแต่ละกลุ่ม มักจะมีความเชื่อและเรื่องเล่าเกี่ยวกับบ็อบบี้ที่แตกต่างกันไป เช่น กลุ่มนักดนตรีพังค์ ก็จะมีความเชื่อแบบหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับบางบทบางตอนในประวัติศาสตร์ดนตรีพังค์ ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มผู้นิยมศิลปะแบบ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส หรือ กลุ่มนักศึกษาศิลปะโบฮีเมี่ยน ก็จะมีความเชื่อเกี่ยวกับบ็อบบี้ในอีกรูปแบบหนึ่ง  อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเชื่อที่แตกต่างกันนั้นก็ยังมีหลายสิ่งซึ่งเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของบ็อบบี้ สวิงเกอร์ส และ หญิงสาวของ
บ็อบบี้ที่มีชื่อว่า ดูมมี่ สวิงเกอร์ส   
  
       ในส่วนของเรื่องเล่าที่ตรงกันในกลุ่มผู้นิยมบ็อบบี้ สวิงเกอร์ส กลุ่มต่างๆ นั้น ไม่ได้กล่าวว่าบ็อบบี้มีชาติกำเนิดอย่างไร สิ่งที่เล่าตรงกันก็คือ บ็อบบี้เคยเป็นนักศึกษาศิลปะที่มีรสนิยมและความสามารถทางด้านศิลปะเป็นเลิศ แต่ภายหลังจากจบการศึกษา บ็อบบี้กลับเลือกที่จะทำงานเป็นมือสังหาร กล่าวกันว่า บ็อบบี้เลือกสังหารเฉพาะบุคคลบางประเภทที่เขาคิดว่าสมควรสังหารตามเหตุและผลในแบบของบ็อบบี้เท่านั้น (รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุและผลในแบบของบ็อบบี้ สามารถหาอ่านได้ในหนังสือ BOBBY REASON โดย สนพ. Black words ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1998)

บ็อบบี้ทำงานเป็นมือสังหารอยู่พักใหญ่ และใช้เวลาว่างในการเล่นเทเบิลเทนนิส ควบคู่ไปกับสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างต่อเนื่อง และการทำงานศิลปะนี่เอง ที่ทำให้บ็อบบี้ ได้พบกับ นศ.ศิลปะสาวลูกครึ่งเอเชีย ซึ่งมีชื่อเป็นที่รู้จักกันในภายหลังว่า ดูมมี่ สวิงเกอร์ส ในเวลานั้น งานศิลปะและการใช้ชีวิตในแบบของ บ็อบบี้สวิงเกอร์ส เริ่มเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในหมู่ชนชั้นกลางและกลุ่มวัยรุ่นหัวก้าวหน้าแล้ว    อย่างไรก็ดี ประวัติเกี่ยวกับครอบครัวและและชื่อเดิมของ ดูมมี่ สวิงเกอร์ส ก่อนที่จะได้พบกับบ็อบบี้นั้นไม่ปรากฏแน่ชัดเช่นกัน ทราบแต่เพียงว่า ดูมมี่พบกับบ็อบบี้ที่โต๊ะเทเบิลเทนนิสแห่งหนึ่งในเวลาเที่ยงคืน และด้วยเหตุที่ทั้งสองมีความเห็นตรงกันอย่างยิ่งในรสนิยมในการใช้ชีวิตอันมีรูปแบบพิเศษยากจะมีผู้ใดเข้าใจ ทั้งสองจึงเป็นมากกว่าคู่รักธรรมดาทั่วไป 
 
              
(ผลงานจิตรกรรมที่เล่าเรื่องราวการพบกันครั้งแรกของบ็อบบี้และดูมมี่ ถ่ายทอดโดย ศิลปินหญิงชาวญี่ปุ่น ยูกิ ฮิโรซูเอะ)


         แต่เรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้น หลังจากคบหากันเป็นเวลานานหลายปี ในคืนวันฮัลโลวีนคืนหนึ่ง ดูมมี่กลับถูกลอบสังหารโดยชายผู้ที่เชื่อว่า ดูมมี่ สวิงเกอร์ส เป็นศัตรูทางความคิดในการสร้างสรรค์งานของบ็อบบี้สวิงเกอร์ส หลังจากชายคนดังกล่าวถูกจับกุมตัวโดยกลุ่มผู้นิยมบ็อบบี้สวิงเกอรส ชายผู้นี้ได้ให้การว่า สำหรับเขาแล้ว ดูมมี่กำลังจะดำเนินรอยตามโยโกะ โอโนะ ที่ทำให้เดอะบีทเทิลส์ต้องพบกับความแตกแยกจนถึงกาลอวสาน (โยโกะ โอโนะ เป็นภรรยาคนสุดท้ายของ จอห์น เลนนอน สมาชิกคนสำคัญของเดอะ บีทเทิลส์) 
        บ็อบบี้เห็นว่า คำให้การของชายคนดังกล่าวนั้น ไร้สาระและไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย เพราะนอกจากทรงผมของบ็อบบี้ ที่อาจคล้ายคลึงกับทรงผมของสมาชิกเดอะบีทเทิลส์ในบางยุคสมัยอยู่บ้างแล้ว บ็อบบี้สวิงเกอรสก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเดอะบีทเทิลส์ดังที่ชายคนดังกล่าวอ้างถึงแต่อย่างใดเลย และประการที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจของบ็อบบี้ต่อเหตุการณ์นี้ก็คือ การสังหารดูมมี่สวิงเกอร์สนั้น เป็นความผิดที่เขาไม่มีวันให้อภัยได้ ไม่ว่าในโลกนี้หรือในโลกหน้าก็ตาม

ไม่มีบันทึกว่าชายผู้สังหารดูมมี่สวิงเกอร์สจบชีวิตลงอย่างไร แต่กล่าวกันว่า บ็อบบี้ได้ดำเนินการให้มีการลงโทษอย่างสาสม จนชายคนดังกล่าวถึงกับต้องร้องขอให้สังหารตนเสียดีกว่าที่จะมีชีวิตอยู่เลยทีเดียว

การจากไปของดูมมี่ สวิงเกอร์สนั้น ในครั้งนั้น นำความโศกเศร้ามายังกลุ่มผู้นิยม บ็อบบี้สวิงเกอร์ส ทุกกลุ่ม บทเพลงแห่งความอาลัย บทกวี และภาพเขียนจำนวนมาก ที่แสดงถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งได้ถูกถ่ายทอดออกมาโดยกลุ่มศิลปินผู้นิยมบ็อบบี้กลุ่มต่างๆ ซึ่งดูเหมือนจะยิ่งเหนียวแน่นยิ่งขึ้น หลังการจากไปของดูมมี่สวิงเกอร์ส และนับแต่นั้น วันฮัลโลวีนก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะมันคือวันสำคัญที่มีความหมายยิ่งขึ้น ในฐานะวันแห่งการรำลึกถึงการเสียชีวิตของ ดูมมี่ สวิงเกอร์ส ด้วย

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปนั้น  บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส กลับเก็บตัวเงียบและไม่ปรากฎตัวตามที่สาธารณะหรือให้สัมภาษณ์สื่อใดๆเลย  จนกลุ่มผู้นิยมบ็อบบี้สวิงเกอร์สเริ่มเกรงว่าการเสียชีวิตของดูมมี่ สวิงเกอร์ส  จะมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจบ็อบบี้มากเพียงใด แต่แท้จริงแล้วนั่นเป็นความเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิง

การที่บ็อบบี้สวิงเกอร์สหายไปจากสายตาผู้คนนั้น เป็นเพราะเขาได้ทำการติดต่อกับโลกหลังความตายอยู่ตลอดเวลานับตั้งวันที่แต่ดูมมี่เสียชีวิต บ็อบบี้ไม่ได้รู้สึกโศกเศร้าดังที่ผู้คนส่วนใหญ่หรือสื่อพากันประโคมข่าวกันไปต่างๆนาๆ เหตุเพราะเขายังคงติดต่อกับวิญญาณของดูมมี่อยู่เป็นประจำโดยได้รับความช่วยเหลือจาก deadly rotten เพื่อนสนิทของบ็อบบี้ซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับโลกหลังความตาย ซึ่งเมื่อบ็อบบี้ได้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่างๆแล้ว ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจทำให้ตนเองผ่านเข้าสู่ความตาย เพื่อที่จะได้ไปพบดูมมี่ในโลกหลังความตายได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่าบ็อบบี้ทำให้ตนเองเสียชีวิตได้อย่างไร แต่นับจากนั้นก็มักจะมีผู้ที่อ้างว่า พบบ็อบบี้ปรากฎตัวอย่างรื่นเริงหลังพระอาทิตย์ตกดินในสภาพที่ดูคล้ายโครงกระดูก นอกจากนั้น ยังกล่าวกันว่า บ็อบบี้ยังได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งในโลกหลังความตาย เพื่อฝึกฝีมือการเล่นกีต้าร์กับนักดนตรีที่เสียชีวิตไปแล้วอีกด้วย 
                               
(ภาพ FINDING ROBERT JOHNSON ที่แสดงถึงการเดินทางไปยังโลกหลังความตายของบ็อบบี้ สวิงเกอร์ส ถ่ายทอดโดยศิลปินหญิงชาวญี่ปุ่น นาโอมิ โนกูชิ)

         หนึ่งในนักดนตรีซึ่งผู้คนร่ำลือกันว่าบ็อบบี้ได้ใช้เวลาเรียนรู้ทักษะทางด้านดนตรีด้วยมากที่สุดก็คือ โรเบิร์ต จอห์นสัน มือกีต้าร์ผู้ซึ่งได้รับกล่าวขวัญถึงเมื่อครั้งยังมีชีวิตว่า พัฒนาฝีมือกีต้าร์ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วและมหัศจรรย์ โดยการขายวิญญาณให้กับปีศาจที่ทางแยกแห่งหนึ่งเพื่อแลกกับความสามารถทางดนตรี
อย่างไรก็ดี เรื่องเกี่ยวกับการที่บ็อบบี้ได้พบกับ โรเบิร์ต จอห์นสัน ในโลกหลังความตายนั้น ถูกแย้งโดยกลุ่มนักดนตรีพังค์ว่า บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส น่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในโลกหลังความตายกับ ซิด วิคเซียส เสียมากกว่า (ซิด วิคเซียส เป็นสมาชิกคนสำคัญของวงดนตรีพังค์ระดับตำนาน sex pistol)  ด้วยความที่ดนตรีของกลุ่มผู้นิยม บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส นั้นมักจะมีอิทธิพลของความขบถและซาวนด์กีต้าร์ดิบกร่างแบบพังค์ผสมผสานอยู่ 
ปัจจุบัน การคงอยู่และเรื่องราวในแง่มุมต่างๆเกี่ยวกับ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส นั้น ยังคงถูกถ่ายทอดโดยศิลปินและกลุ่มผู้นิยม บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส กลุ่มต่างๆอย่างต่อเนื่องและแพร่หลาย แม้จะมีความผิดเพี้ยนและคลาดเคลื่อนทางด้านแนวคิดอยู่บ้าง เช่น กลุ่มลัทธิบางกลุ่มอ้างว่าตนสามารถติดต่อกับบ็อบบี้โดยตรงโดยผ่านการเชื่อมโยงทางจิตได้ หรือกลุ่มนักคณิตศาสตร์จิตวิเคราะห์ ที่อ้างว่า ได้ค้นพบทฦษฎีที่สามารถคำนวนหาเวลาและสถานที่ในการปรากฎตัวของบ็อบบี้  แต่ทั้งสองกลุ่มนี้ ก็ได้ถูกพิสูจน์ในภายหลังว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อโดยอาศัยความนิยมของผู้คนที่มีต่อ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส มาเป็นเครื่องมือในการค้าหากำไรทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี ยังมีบุคคลหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้นิยม บ็อบบี้ สวิงเกอรส์ ว่า สามารถติดต่อกับบ็อบบี้สวิงเกอร์สได้จริง บุคคลผู้นี้ก็คือ นักวาดภาพประกอบที่มีชื่อว่า ทรงศีล ทิวสมบุญ ซึ่งได้ทำการถ่ายทอดเรื่องราวของบ็อบบี้ผ่านนิยายภาพและการ์ตูนมาตลอดอย่างต่อเนื่อง โดยที่ทรงศีลอ้างว่าตนได้รับการติดต่อจากบ็อบบี้สวิงเกอรส์โดยตรง ล่าสุด ทรงศีล ได้เริ่มทำการถ่ายทอดสิ่งที่เขาเรียกว่า “สรรพเสียงตามบัญชาของบ็อบบี้สวิงเกอร์ส” ซึ่งสรรพเสียงเหล่านี้ มีลักษณะคล้ายกับดนตรีตามเข้าใจพื้นฐาณของมนุษย์  ทรงศีลตั้งชื่อกลุ่มแนวร่วมในการถ่ายทอดสรรพเสียงตามบัญชาของบ็อบบี้ว่า  BOBBY SWINGERS BAND ในขณะที่ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส กำลังเดินทางอย่างรื่นรมย์ตามแบบโบฮีเมี่ยนนิสม์อยู่ที่ไหนสักแห่ง ระหว่างโลกของความเป็นและความตาย.

ศิลปิน Pop อื่นๆ ดูทั้งหมด