All Shall Perish

Metal
จากโอ๊คแลนด์ คาลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา พวกเขา All Shall Perish (อัล แชลล์ เพอริช) พวกเขาเริ่มสร้างชื่อเสียงจากที่นั้นตั้งแต่ปี 2002 พวกเขาคือวงดนตรีเดธเมตัลผสมกับความเป็นไกร์ดคอร์แบบเทคนิคคัลคือส่วนผสมที่ลงตัวของวงดนตรีวงนี้ และพวกเขาก็เป็นที่โด่งดังในแถบเบย์ เอเรียด้วยอ่านต่อ
เกี่ยวกับศิลปิน
 
 All Shall Perish
จากโอ๊คแลนด์ คาลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา พวกเขา All Shall Perish (อัล แชลล์ เพอริช) พวกเขาเริ่มสร้างชื่อเสียงจากที่นั้นตั้งแต่ปี 2002 พวกเขาคือวงดนตรีเดธเมตัลผสมกับความเป็นไกร์ดคอร์แบบเทคนิคคัลคือส่วนผสมที่ลงตัวของวงดนตรีวงนี้ และพวกเขาก็เป็นที่โด่งดังในแถบเบย์ เอเรียด้วย ขณะเดียวกัน ณ ปัจจุบันนี้ ย่านเบย์ เอเรียถิ่นฐานบ้านเกิดของชาวแธรชเมตัลในอดีต กลายเป็นถิ่นของพวกอีโม และเดธลูกผสมที่ปัจจุบันเรียกว่าเดธคอร์ (Deathcore) ไปแล้ว หลังจากบันทึกเสียงเดโมแรก 3 เพลงในปี 2003 พวกเขาก็เซ็นสัญญากับสังกัดญี่ปุ่นที่ชื่อ Amputated Vein Records ออกอัลบัมแรกชื่อ “Hate.Malice.Revenge” ออกจำหน่ายครั้งแรก เมื่อ 19 สิงหาคม 2003 ขายเฉพาะที่ญี่ปุ่นและอเมริกาเท่านั้น 8 เพลงที่บรรจุอยู่ในอัลบัมนี้คือเพลงเดธเมตัลลูกผสมที่ยังมีกลิ่นของพวกบรูตัลเดธอยู่พอสมควร จะผิดกลิ่นก็คงเป็นจังหวะที่เจือเมโลดิกก็เท่านั้น และนั้นคือแนวทางของวงเดธเมตัลลูกผสมพันธุ์ใหม่ อย่างแท้จริง ปีถัดมาหลังจากออกอัลบัมแล้ว All Shall Perish ดนตรีของวงก็ถูกจัดให้อยู่ในหมวดเดียวกับ Bleeding Though, Dying Fetus, Brujeria, As I Lay Dying, Six Feet Under, Hate Eternal, Diecast, Hatebreed, Blood has Been Shed, Between the Buried and Me, Undying และ At the Gates พร้อมกับการทัวร์ร่วมกับวง Vehemence (Metal Blade Records) และ Crematorium (Prosthetic Records) ด้วยดนตรีที่เป็นลูกผสมนี่เอง ทำให้วงถูกมองว่าคือวงเดธเมตัลหรือเมตัลคอร์กันแน่

 สมาชิกของวงก็ยังยืนยันว่าพวกเขาคือวงเมตัลที่รักที่จะเล่นทั้งเดธเมตัลและฮาร์ดคอร์แบบดั่งเดิม ซึ่งก็นำทั้งดนตรีทั้งสองแบบมาผสมกัน และรักที่จะเล่นดนตรีแบบนี้อยู่ ในอัลบัมชุดนี้พวกเขาเน้นซาวน์ดเมโลดีแบบสวีเดนและโหดเหี้ยมแบบ Dying Fetus, Cannibal Corpse และ Internal Bleeding เพราะพวกเขายังเคารพในรากเหง้าของเดธเมตัลแบบดั่งเดิมอยู่ตลอด นิตยสารบางฉบับบอกว่างานของพวกเขาคือการจับเอา Dimmu Borgir มาผสมกับ All Out War ยิ่งได้ดูโชว์ของพวกเขาแล้ว รับรองว่าแฟนเพลงเป็นอันต้องออกท่าทาง, เตะขา, เหวี่ยงแขน และโยกหัวแบบลืมตายเป็นแน่

 ในเดือนธันวาคม 2004 All Shall Perish เซ็นสัญญาขายทั่วโลกกับ Nuclear Blast Records ทำให้ต้นสังกัดใหม่เป็นอันต้องหยิบงานอัลบัมแรกกลับมาออกอีกครั้ง พร้อมกับแถม วิดีโอคลิป เพลง “Deconstruction” เพิ่มให้เป็นของแถม ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2005

 “พวกเรากลายเป็นครอบครัวเดียวกับ Nuclear Blast เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนที่ทำงานที่นี่ถือว่าเยี่ยมมากในการทำงานเชิงธุรกิจดนตรี และเป็นสังกัดที่เป็นเหมือนตำนาน สร้างผลงานดีๆ และวงชั้นเยี่ยมมากมาย ทั้ง Death, Dimmu Borgir, Immortal, In Flames, Malevolent Creation และอีกมาก ส่วนสาขาในอเมริกายังมี Agnostic Front และ Misery Index ด้วย ผมคิดว่าตอนนี้ Nuclear Blast คือสังกัดเบอร์หนึ่งของพวกเอ็กตรีมมิวสิค” สมาชิกของวงเสริม

 ล่าสุดพวกเขาออกอัลบัมชุดที่ 2 ในปี 2006 แล้วกับทางต้นสังกัดคือ “The Price of Existence” สมาชิกล่าสุดประกอบด้วย

Hernan Hermida: ร้องนำ
Ben Orum: ริธึมกีตาร์
Mike Tiner: เบส
Christ Storey: กีตาร์โซโล
Matt Kuykendall: กลอง
ศิลปิน Metal อื่นๆ ดูทั้งหมด