อะเดล (Adele)

Pop
อะเดล ศิลปินสาวเจ้าของสองรางวัลแกรมมี่สาขา Best New Artist และ Best Female Pop Vocal Performance จาเพลง Chasing Pavements กลับมาพร้อมอัลบัมใหม่ชุดที่ 2 ชื่อง่ายๆ ว่า “21” ที่แสดงคอนเสปต์การทำงานภายใต้ตัวตน จิตสำนึก และความรู้สึกของเธอที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นอ่านต่อ
เกี่ยวกับศิลปิน

               อะเดล หรือชื่อเต็มว่า อะเดล ลอรี บลู แอดกินส์ เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 1988 ได้รับการขนานนามว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่มาแรงที่สุดของเกาะอังกฤษ หลังจากออกเพียงซิงเกิลเดียว (Hometown Glory) ในแบบแผ่นเสียงเท่านั้นและขายในจำนวนจำกัด เธอสามารถคว้ารางวัล Brit Awards ล่วงหน้า ตั้งแต่เดือนธันวาคม ก่อนรับรางวัลจริงในเดือนกุภาพันธ์ 2008 ในสาขา Critic’s Choice ที่เป็นการให้คะแนนจากสื่อมวลชน นักวิจารณ์ และผู้เชี่ยวชาญในวงการเพลงอังกฤษ ตามด้วยซิงเกิลที่ 2 Chasing Pavements ที่กระโดดขึ้นชาร์ตอังกฤษในอันดับที่ 2 และรับรางวัล Sound of 2008 จาก BBC ในอีกหนึ่งเดือนต่อมา ซึ่งทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะออกอัลบัมเต็มชุดแรก ที่ชื่อว่า 19

        นอกจากนั้น ทั้งที่อัลบัมยังไม่วางจำหน่าย เธอยังเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่หาได้น้อยนัก ที่ได้ไปออกรายการของดีเจคนดังอย่างจูลส์ ฮอลแลนด์ และทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์มือหนึ่ง จิม แอบบิส, เอ็ก ไวต์ และมาร์ก รอนสัน รวมถึงการเซ็นสัญญากับสังกัดใหญ่ XL Recordings และการแสดงเป็นศิลปินเปิดเวทีให้กับรุ่นพี่นามกระเดื่องอีกหลายคน ทั้งแจ็ค เพญาเต, ราอูล มิดอน, เอมอส ลี และเดเวนดรา แบนฮาร์ต

         “ตั้งแต่มือถือไมโครโฟน ร้องเพลงเป็นเรื่องเป็นราวได้ ตอนประมาณอายุ 14 ฉันก็รู้เลยว่า นี่คือสิ่งที่อยากจะทำจริงๆ” อะเดลกล่าว “หลายคนไม่ชอบเสียงตัวเอง เมื่อได้ฟังเครื่องบันทึกแล้ว แต่ฉันไม่เป็นอย่างนั้น ฉันตื่นเต้นเวลาได้ยินเสียงตัวเองทุกครั้ง และไม่เคยนึกรำคาญใจเลย”

        อะเดลเป็นแฟนของศิลปินทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ทั้งยังมาจากแนวเพลงที่แตกต่างกัน อาทิ จิล สก็อต, เอตตา เจมส์, บิลลี แบร็ก, เพ็กกี ลี, เจฟ บักลีย์ และ The Cure เป็นต้น หากสิ่งที่ศิลปินเหล่านี้คล้ายคลึงกัน และก็ฝังอยู่ในตัวอะเดลด้วย ก็คือ น้ำเสียงติดโซลอันเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ที่ร่ำร้องถึงความรักที่สูญหายและความทรงจำในอดีต อันสะท้อนลึกเข้าไปในห้วงอารมณ์ของผู้ที่ได้ยินเพลงของเธอ

        “ฉันอธิบายเนื้อหาของเพลงได้อย่างไม่มีปัญหา” อะเดลเล่า “ฉันชอบบทกวี อาจจะอ่านได้ไม่ดีเลิศนัก แต่ฉันรักที่จะแต่งมันออกมา ศิลปินอย่างจอล สก็อต และคาเรน ดาลตัน ช่างน่าทึ่ง ... พวกเธอเป็นนักกวีที่ยอดเยี่ยม”

        “ทั้งอัลบัมพูดถึงการอยู่ในวัย 18 – 19 และเรื่องความรัก” อะเดลเล่าต่อ “Daydreamer เกี่ยวกับผู้ชายที่ฉันเคยตกหลุมรัก เป็นความรักแบบคนโตแล้ว เขาเป็นไบเซ็กชวล และฉันรับไม่ได้ สิ่งที่ฉันอยากได้จากเขา เขาไม่มีวันทำให้ได้ ฉันเองก็ขี้อิจฉา แต่ไม่สามารถไปฟาดฟันกับทั้งผู้หญิงและผุ้ชายที่เข้ามาพัวพันกับเขาได้ มันออกจะเป็นอัลบัมที่ฟังเศร้าๆ สักหน่อย กับเรื่องราวที่ว่าถึงการนอกใจ และไม่ได้สิ่งที่คุณต้องการ”

        สิ่งที่ยึดเหนี่ยวทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกันก็คือ น้ำเสียงมหัศจรรย์ของอะเดล ที่รับรู้ได้ถึงความไพเราะอันพิสุทธิ์ได้ตั้งแต่แรกฟัง พลังของเนื้อเสียงช่างเข้ากับบุคลิกเข้มแข็งและมุ่งมั่นของเธอ “ฉันชอบตกเป็นจุดสนใจของผู้คนนะ” เธอหัวเราะ

        อะเดลไม่ได้มาจากครอบครัวนักดนตรี “ทั้งหมดมันเริ่มมาจากการแสดงเป็น The Spice Girls และกาเบรียล” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเริงร่า “ฉันเปิดคอนเสิร์ตเล็กๆ ให้แม่กับเพื่อนๆ ดูในห้องฉันเอง แม่เป็นคนที่มีหัวด้านศิลปะพอตัว เธอเอาโคมไฟในบ้านมารวมกัน แล้วก็ส่องเป็นสปอตไลต์ดวงใหญ่ พวกเขาที่เป็นผู้ชมก็นั่งอยู่บนเตียง” และหลังจากเพื่อนรักของพ่อเธอ ที่เป็นโปรดิวเซอร์แดนเซอร์ ได้ยินเสียงร้องของอะเดลและถึงกับเอ่ยชมว่า ‘เจ๋ง’ ก็เชื้อเชิญสาวน้อยให้บันทึกเสียงในเพลง Heart of Glass คัฟเวอร์ต้นฉบับที่เป็นของ Blondie ครั้งแรกครั้งนั้นที่ได้จับไมโครโฟน เธอรับรู้ถึงเสียงเรียกร้องจากข้างใน

        โรงเรียนมัธยมเป็นการปูพื้นฐานให้อะเดลได้รู้จักกับเด็กๆ ที่มีใจในดนตรีอาร์แอนด์บี และมีพื้นที่เล็กๆ ที่เธอใช้ร้องเพลงได้ แต่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับการตามล่าหาฝันทางดนตรี ที่ที่ควรจะท้าทายอะเดลมากกว่านี้ เพื่อให้เธอได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ “ครูงี่เง่าไปนิด พวกเขาสร้างความลำบากให้ฉัน ด้วยการติดสินบนทำนองที่ว่า ฉันต้องเป่าคลาริเน็ตด้วย เพื่อจะได้ร้องเพลงในวงประสานเสียง ก็เลยออกมาซะ”

        อะเดลย้ายไปอยู่โรงเรียนบริตสกูล ย่านเซลเฮิร์สท ที่มีรุ่นพี่ร่วมสถาบันอย่างเอมี ไวน์เฮาส์, สมาชิกวง The Feeling และเคต แนช แต่อะเดลก็ยังคลางแคลงใจ...

        “ถ้าฉันได้ฟังใครที่มาจากโรงเรียนนี้ก่อนละก็ ฉันอาจคิดว่าพวกเขาห่วย และฉันก็อาจจะกลายเป็นอย่างนั้นด้วยก็ได้ แต่ที่นี่มีห้องซ้อมฟรี อุปกรณ์ก็ฟรี ฉันขลุกอยู่กับดนตรีทั้งวัน ทุกวัน เป็นปีๆ วิชาดนตรีเจ๋งมาก ไม่มีเรียนเต้นรำหรืออะไรแบบนั้นเลย”

        ระหว่างชั้นเรียนปีที่ 2 การตัดสินใจเป็นนักร้องของอะเดลได้รับแรงผลักดันพิเศษเล็กน้อยจากชินงาอิ โชนิวา นักร้องนำพลังเทอร์โบของวง The Noisettes ที่ย้ายมาอยู่ข้างบ้าน “เธอเป็นนักร้องที่น่าทึ่งมาก ฉันเคยได้ยินเธอร้องเพลงผ่านกำแพงห้องมา ก็เลยแวะไปที่ห้อง แล้วเราก็ร่วมร้องด้วยกัน แจมกันประมาณนั้น การได้ยินเพลงของเธอ เสียงของเธอ ทำให้ฉันอยากเป็นนักแต่งเพลง ไม่ใช่แค่ออกมาร้องเพลงของ Destiny’s Child เฉยๆ”     

 
         แม้จะเริ่มต้นรวดเร็วผ่าน Myspace ที่เพื่อนเธอสร้างโฮมเพจให้ในวันสุดท้ายของปี 2004 แต่ก็ต้องรอจนปี 2006 กว่าค่ายเพลงจะเห็นความสามารถของเธอ “ฉันไม่ชอบให้คนคิดว่า ฉันเป็น ‘นักร้องจาก Myspace’” เธอเล่า “ฉันไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น ก็ฉันมีเพื่อนแค่ 10,000 คน แต่ดูแจ็ค เพญาเต สิ นั่นเขามีล้านเลย”

        ตอนที่สังกัด XL Recordings เรียกเธอเข้าประชุมด้วย อะเดลประหม่าจนต้องพาเพื่อนไปด้วย “ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองได้เซ็นสัญญา คนที่ดูแลศิลปินอีเมลหาฉัน ฉันก็ไม่ได้สนใจ เพราะไม่เคยรู้ว่า XL สร้างชื่อให้กับศิลปินใหญ่ๆ เหล่านั้นในค่าย”

        อะเดลได้รับความสนใจจากค่ายเพลงมากมาย XL ซึ่งเป็นค่ายอิสระและมีจุดเด่นในศิลปินที่มีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นวงร็อคอย่าง The White Stripes หรือแร็ปเปอร์ ดิซซี ราสกาล ที่เหมาะเจาะกับศิลปินที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวอย่างอะเดล และในต้นปีนี้ XL ก็วางจำหน่ายอัลบัมแรกของเธอที่ชื่อว่า 19  เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลอกหักทว่าสวยงามเกินบรรยาย Chasing Pavements ที่ได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยมจากทั้งอังกฤษ และรวมถึงประเทศไทย ที่วางจำหน่ายอัลบัมนี้ในวันที่ 18 มีนาคมโดยบริษัท แพลตตินั่ม มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ ดิสทริบิวชั่น จำกัดด้วย

- www.myspace.com/adelelondon

ศิลปิน Pop อื่นๆ ดูทั้งหมด