เลดี้ กาก้า (Lady Gaga)

กลับสู่หน้าหลักศิลปิน
เลดี้ กาก้า (Lady Gaga)

เลดี้ กาก้า (Lady Gaga)

ประเภท: Inter
แนวเพลง: Pop

เมื่อครั้งที่เลดี้ กาก้า ยังเด็กนั้นเธอชอบที่จะร้องเพลงของไมเคิล แจคสันและซินดี้ ลอเปอร์ไปกับเครื่องอัดเทปพลาสติกอันจิ๋วของเธอ พร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปกับคุณพ่อและเสียงเพลงของวงโรลลิ่ง สโตนส์และเดอะบีทเทิลส์ เด็กสาวแสนสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์คนนี้สนุกกับการเต้นรำไปรอบๆโต๊ะในร้านอาหารย่านอัพเพอร์ เวสต์ ไซด์ ใช้แท่งขนมปังกรอบมาทำเป็นไม้กลอง และเธอก็ชอบที่จะต้อนรับพี่เลี้ยงคนใหม่ในชุดวันเกิดด้วยความไร้เดียงสา จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าสาวน้อยจากครอบครัวอิตาเลียนแสนดีในนิวยอร์กคนนี้ จะกลายมาเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง ที่เพียบด้วยความสามารถในการโชว์แบบมีสไตล์ชนิดหาตัวจับยากของวันนี้ในนามของ “เลดี้ กาก้า” (Lady GaGa)

อ่านต่อ...
ผลโหวต 5.00 จาก 4 คน
 
 

เกี่ยวกับศิลปิน

 

                            
        เมื่อครั้งที่เลดี้ กาก้า ยังเด็กนั้นเธอชอบที่จะร้องเพลงของไมเคิล แจคสันและซินดี้ ลอเปอร์ไปกับเครื่องอัดเทปพลาสติกอันจิ๋วของเธอ พร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปกับคุณพ่อและเสียงเพลงของวงโรลลิ่ง สโตนส์และเดอะบีทเทิลส์ เด็กสาวแสนสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์คนนี้สนุกกับการเต้นรำไปรอบๆโต๊ะในร้านอาหารย่านอัพเพอร์ เวสต์ ไซด์ ใช้แท่งขนมปังกรอบมาทำเป็นไม้กลอง และเธอก็ชอบที่จะต้อนรับพี่เลี้ยงคนใหม่ในชุดวันเกิดด้วยความไร้เดียงสา จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าสาวน้อยจากครอบครัวอิตาเลียนแสนดีในนิวยอร์กคนนี้ จะกลายมาเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง ที่เพียบด้วยความสามารถในการโชว์แบบมีสไตล์ชนิดหาตัวจับยากของวันนี้ในนามของ “เลดี้ กาก้า” (Lady GaGa)

“ชั้นเป็นเอนเตอเทนเนอร์มาตลอด ตั้งแต่เด็กเป็นยังไงวันนี้ชั้นก็ยังเป็นแบบนั้น” เลดี้ กาก้า วัย 22 ในวันนี้ สร้างชื่อเสียงมาด้วยตัวของเธอเองจากคลับในย่านโลเวอร์ อีส ไซด์ ด้วยเพลงปาร์ตีย์ ป็อปแดนซ์แสนติดหู “Beautiful Dirty Rich” ร่วมทั้งการโชว์ที่แสนจะอลังการเลิสหรู เสื้อผ้าเปรี้ยวเข็ดฟันทั้งสีสันลวดลายที่เธอเป็นคนออกแบบและทำขึ้นมาเอง
 
“ชั้นรักดนตรีร็อค ป็อปและละครเวทีมาตลอด ตอนที่ชั้นค้นพบวงควีน กับเดวิด โบวีมันทำให้ชั้นรู้ว่าชั้นสามารถทำทั้งสามอย่างนั้นได้” สาวกาก้า ได้ชื่อของเธอมาจากเพลง “Radio Gaga” ของวงควีน พร้อมกับชื่นชม Peggy Bundy(ดาราและภรรยานักดนตรีร็อค) และ Donatella Versace ให้เป็นแฟชั่นไอคอนของเธอ “ชั้นชื่นชมคนเหล่านั้นในแง่ของการทำงานศิลปะไม่ใช้เพียงแค่งานดนตรี มันคือเรื่องของการแสดงออก ทัศนคติ ภาพลักษณ์ มันคือทุกสิ่งทุกอย่าง และนั้นคือสิ่งที่ชั้นเป็นในฐานะของศิลปิน และต้องการทำให้สำเร็จ” 

ดูแล้วอาจเหมือนจุดมุ่งหมายของเธอนั้นสูงเหลือเกิน แต่ลองพิจารณาดูดีๆ ในฐานะของศิลปิน กาก้าคือเด็กสาวที่เมื่อตอนอายุ 4 ขวบเธอหัดเล่นเปียโนด้วยการฟัง อายุ 13 เธอแต่งเพลงเปียโนบันลาดเพลงแรก พอ 14 เธอก็โชว์เดี่ยวไมโครโฟนตามไนต์คลับในเมืองนิวยอร์กอย่าง Bitter End ในตอนกลางคืน ส่วนกลางวันเธอกับโดนพวกเพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียนของพวกคุณหนู่ล้อเลียนสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของเธอ อายุ 17 เธอก็กลายเป็นหนึ่งในเด็ก 20 คนในโลกที่ได้ตอบรับเข้าเรียนก่อนเกณฑ์ที่ Tisch School of the Arts at NYU กาก้าได้เซนต์สัญญาตอนวันเกิดอายุ 20 ปี เขียนเพลงให้ศิลปินหลายรายก่อนจะออกอัลบั้มของตนเอง (อาทิ Pussycat Dolls และอีกมากมายในสังกัด Interscope) แบบนี้คงพูดได้ว่าเลดี้ กาก้า คงไปถึงจุดมุ่งหมายอันแสนไกลของเธอได้ไม่ยากเลย

“เป้าหมายของชั้นในฐานะศิลปินคือส่งต่อผลงานเพลงออกสู่โลกในแบบที่น่าสนใจสุดๆ” สำหรับ The Fame กาก้าเขียนทั้งเนื้อเพลง ทำนอง และเล่นซินธีไซเซอร์ส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้เอง “ชั้นอยากจะใช้เพลงป็อปหลอกล่อผู้คนให้ติดกับอะไรที่แสนจะเท่แบบนี้”

สำหรับอัลบั้ม The Fame กาก้าได้เลือกทำงานแดนซ์ป็อปสองแบบ อันนึงแบบอิเลคโทรป็อป และอีกอันเป็นร็อคผสมดิสโก้ แล้วนำมาเขย่ารวมกันลงไปในแก้วมาร์ตินี่ให้ทุกคนบนโลกได้ดื่มด่ำ Fame (ชื่อเสียง) ของเธอ กาก้าอธิบายว่า “The Fame เป็นเรื่องของการได้ลิ้มรสชื่อเสียง วัฒนธรรมป็อปเป็นศิลปะ มันไม่เท่เลยนะถ้าคุณรังเกียจมัน ชั้นเลยใส่มันไว้เต็มไปหมดให้ทุกคนได้สัมผัสในThe Fame มันแบ่งปันกันได้ ชั้นอยากเชิญชวนทุกคนมาปาร์ตีย์ มาร่วมเป็นส่วนนึงของไลฟสไตล์แบบนี้”

เพลงเปิดอัลบั้มและซิงเกิลแรก “Just Dance” ทำให้แดนซ์ฟลอร์แทบลุกเป็นไฟด้วยความสนุกสนาน ไม่ต่างกับเพลงแสนจะติดหูอย่าง “Boys Boys Boys” ที่เธอยอมรับว่าได้อิทธิพลมาจากเพลง Girls Girls Girls ของวงMotley Crew “ชั้นอยากทำมันออกมาในแบบผู้หญิงๆ อยากเขียนเพลงป็อปที่พวกร็อคน่าจะชอบ”

 “Beautiful Dirty Rich” กาก้าบอกว่า มันคือการสรุปรวมช่วงเวลาของการค้นพบตัวเอง การใช้ชีวิตในย่านโลเวอร์ อิส ไซด์ และรอยด่างของการเล่นยาในปาร์ตีย์ “เพลงนี้คือตัวชั้นเองที่พยายามจะทำความเข้าใจช่วงเวลานั้น เมื่อชั้นเข้าถึงความเป็นศิลปินของตนเอง ชั้นก็ตกหลุมรักมันมากกว่าชีวิตปาร์ตีย์ที่ผ่านมา”
ฟังครั้งแรกเพลง “Paparazzi” อาจจะเหมือนเพลงรักสำหรับกล้องถ่ายรูป กาก้าเล่าขำๆ “ในจุดหนึ่งมันเกี่ยวกับการเชื้อเชิญพวกปาปารัซซี่และความต้องการชื่อเสียง แต่มันก็ไม่ได้จริงจังขนาดนั้น มันเกี่ยวกับการที่คุณต้องการให้ใครมารักคุณ และติดอยู่กับสถานการณ์ที่ว่าคุณจะเลือกชื่อเสียงหรือรักหรือทั้งสองอย่าง”
 
เลดี้ กาก้าได้โชว์ความสามารถในการแต่งเพลงรักไว้ในเพลงเบาๆ ซึ่งได้อิทธิพลมาจากวงควีน “Brown Eyes” เธอบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เปราะบางที่สุดในอัลบั้ม ส่วนเพลงบอกเลิกกันอย่าง “Eh, Eh (Nothing Else I Can Say) เธอบอกว่ามันก็เป็นเพลงป็อปง่ายๆ ว่าด้วยเรื่องของการเจอคนใหม่แล้วก็บอกเลิกกับคนเก่า
 
สำหรับบรรดาแฟนๆ ทัวร์เปิดอัลบั้มนี้จะแจ่มยิ่งกว่าโชว์ที่ Lollapalooza เมื่อเดือนสิงหาคม 2007 และโชว์ที่ Winter Music Conference เมื่อเดือนมีนาคมที่ทุกคนต่างหลงรักและชื่นชม “โชว์ครั้งใหม่นี้จะเป็นการนำช่วงโปรดของโชว์ต่างๆ ที่เคยผ่านมา มาแสดงมันจะมีทั้งดิสโก้บอล กางเกงฮ็อตแพนท์เปรี้ยวๆ ลูกปัดเลื่อมสีแพรวพราวยังคงมีอยู่แน่นอน แต่โชว์นี้จะบ้าระห่ำและเต็มไปด้วยไอเดียเก๋ๆมากขึ้นในแบบของป็อปอาร์ตโชว์”

นับเป็นระยะเวลาพอสมควรทีเดียวที่ศิลปินหน้าใหม่คนนี้ได้เดินทางมาสู่ธุรกิจดนตรีด้วยตัวของเธอเอง ด้วยวิธีการดั้งเดิมโดยใช้ความสามารถของตนเองล้วนๆเพื่อให้เป็นที่รู้จักในการแสดงตามคลับต่างๆ นี่คือดาวรุ่งตัวจริงที่ไม่ได้มาจากครอบครัวดัง ชนะรายการเรียลิตี้โชว์ประกวดร้องเพลง หรือมาจากละครทีวีวัยรุ่น “ชั้นทำในสิ่งที่ทุกคนน่าจะทำกันนะ ชั้นโชว์ในทุกคลับในนิวยอร์ค บุกมันทุกที่ประหนึ่งศิลปินคนนึง ชั้นเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดในแบบของศิลปิน เอาจริงและตระหนักว่าตนเองเป็นใครในฐานะนักร้องและนักแสดง และชั้นทำงานหนักจริงๆ”

กาก้าเสริมพร้อมกับขยิบตาว่า “แล้วตอนนี้ชั้นก็กำลังพยายามจะเปลี่ยนโลกใบนี้ไปที่ละนิดๆ”


บันทึกรหัสผ่าน l ลืมรหัสผ่าน
6 - 10
^ Back to Top
Close [×]